Home ดูฤกษ์แต่งงาน ไทย จีน ฤกษ์มงคลสมรส ฤกษ์แต่งงาน ไทย-จีน 2557-2558

โอม...

ad-185x250.gif

Free e-Book

  • ปฎิทินฤกษ์ยามปี 2556
  • ปฎิทินฤกษ์ยามปี 2556
  • ปฎิทินฤกษ์ยามปี 2556
  • ปฎิทินฤกษ์ยามปี 2556

Ads on: Special HTML

เมนูของสมาชิก

Who's Online

เรามี 91 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday9218
mod_vvisit_counterYesterday7963
mod_vvisit_counterThis week57552
mod_vvisit_counterLast week76326
mod_vvisit_counterThis month333321
mod_vvisit_counterLast month323549
mod_vvisit_counterAll days11449165

สมผุสดาววันนี้

PageRank

Pagerank Checker

Multi Sites Google Analytics

  • brahma_creation_ii_by_vishnu108-d3hk424-300x180.gif
  • buddha_forest_by_vishnu108-300x200.gif
  • duang-pichai.gif
  • durga_devi_by_vishnu108--300x150.gif
  • ganesh_clouds_by_vishnu108-450x300.gif
  • himalaya_shiva_by_vishnu108.gif
  • lakshmi_temple_by_vishnu108-d3ffc6x.gif
  • laxmi_devi_by_vishnu108.gif
  • l_8a5b9a710ab541d8be57ea07ccbcbed2.gif
  • ruk-duang.gif
  • ruk-fengshui1.gif
  • ruk-fengshui2.gif
  • ruk-fengshui3.gif
  • ruk-home.gif
  • ruk-lasikka.gif
  • ruk-lasikka2.gif
  • ruk-nestore.gif
  • ruk-newcar.gif
  • ruk-raname.gif
  • ruk-san.gif
  • ruk-wedding.gif
  • ruk-wedding3.gif
  • ruk-wedding4.gif
  • ruk-wedding5.gif
  • ruk-wedding6.gif
  • ruk1890.gif
  • srijaknath-show.jpg
  • srimati_ganga_devi_by_vishnu108-d3imdim.gif
ฤกษ์มงคลสมรส ฤกษ์แต่งงาน ไทย-จีน 2557-2558 PDF พิมพ์ อีเมล
Share

 

 

 

 

 

 

 


ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์ดี วันมงคล ปี 2557 ฤกษ์แต่งงานปี2557 ปี 2558 (พิธีไทย พิธีจีน หมั้น สวมแหวน ยกขันหมาก รดน้ำสังข์ ส่งตัว ปูเตียง จดทะเบียนสมรส)

อาศรมศรีจักรนารท


เสฏฺฐนฺติ รตนํ โลเก วนฺทิตฺวา ปการณํ อิมํเลขสมุทยํ กริสฺสามิ ยถาพลํอหํ อันว่าข้าฯ อภิวนฺทิย นมัสการแล้ว พุทฺธเสฏฺฐํ ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ หนึ่งโสด อหํ อันว่าข้าฯ อภิวนฺทิย นมัสการแล้ว ธมฺมํ ซึ่งพระปริยัติธรรม แลนพโลกุตรธรรม หนึ่งโสด อหํ อันว่าข้าฯ อภิวนฺทิย นมัสการแล้ว คณํ ซึ่งหมู่พระอริยสงฆ์ อุตฺตมํ อันอุดม ๚๏ข้าพ เจ้าขอนอบน้อมแด่ทวยเทพย์ทุกสถาน และคุณครูอุปัชฌาย์อาจารย์ คุณบิดามารดา คุณพระมหากษัตริย์ ด้วยความเคารพอย่างแท้จริง เพื่อจะห้ามเสียซึ่งอุปัทวันตรายทั้งหลาย ในการที่จะกล่าวซึ่งคัมภีร์โหราศาสตร์เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ทุกท่านผู้ อ่านและผู้สนใจในโหราศาตร์สืบต่อไป๚๏เย เย อารกฺขกา อาจาริย ตตฺถตตฺถาทิวาสิโน สพฺเพอมฺเหหิปูชิโต สพฺพวิชโยจิรํ ติต ฐนฺตุสาตตํ อาโรคยํ สุขนเจวตโต ทีฆายุตา ปิจ ตพฺพตถูนญฺจ สมฺปตฺตโย ๚๛

ฤกษ์ยามมงคลโดยโหราจารย์

 
พิธีกรรม
 
ฮวงจุ้ย

อ. ณภัทร ศรีจักรนารท(Astro Neemo) 福安居士คำ นวนฤกษ์ยามสมพงษ์เฉพาะดวงชาตาแต่ละบุคคลด้วยวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูงระบบโหร พราหมณ์(ฮินดู-ภารตะ) และโหราศาสตร์จีนระบบชีเจิ้ง(七政四余) ซึ่งมีประวัติการสืบทอดวิชามายาวนานมากว่า 5000 ปีโดยวิชาโหรฯนี้ซึ่งเป็นวิชาเดียวที่โหรหลวงที่ใช้ในราชสำนักนำมาใช้ พยากรณ์และให้ฤกษ์ยามต่างๆ และสามัญชนในอดีตน้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสใช้ฤกษ์ยามในระบบนี้ Youtubeของอาจารย์ Add Facebookเป็นเพื่อนกับอาจารย์ ผลงานบางส่วนของอาจารย์ ดูทั้งหมดคลิ๊กที่นี่

 

ฯณฯ ท่านองคมนตรี เป็นประธานในการวางศิลาฤกษ์ มหาวิทยาลัยสุวรรณภูมิศาสตราจารย์ เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ฯณฯท่านองคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยฯ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนรวมและเอนกประสงค์ ม.สุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา อยุธยา เมื่อวันที่ 22 กค 2553 โดยคำนวนฤกษ์จากเว็บของเรา

พิธีเข้าบ้านใหม่ คุณวัฒน์ จิราธิวัฒน์ สาทรซอย 1คฤหาสน์ สุดหรูอลังการของตระกูลจิราธิวัฒน์ซึ่งเป็นบ้านขนาดใหญ่ ของบ้านตระกูลจิราธิวัฒน์ อีกแห่งหนึ่งที่ซอยสาทร 1 บรรยาศร่มรื่นในพื้นที่นาดใหญ่ มีบ้านรวมๆกันอยู่ประมาณ 35 หลัง เมื่อวันที่ 24 กันยา 2553 โดยในพิธีได้เชิญพระลามะจากธิเบตมาร่วมสาธยายมนต์เพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย

 

ภาพปาฎิหาริย์องค์ นาจา ซาไท่จือ ขณะทำพิธีที่ไต้หวัน อาจารย์ ได้รับเชิญจากชาวไต้หวันให้ไปทำพิธีเชิญองค์เทพนาจา ซาไท่จือ ที่ศาลซานเซิ่งกง เมืองไถจง ไต้หวัน และขณะทำพิธีเชิญ ท่านได้แสดงกายทิพย์ให้ถ่ายรูปได้อย่างชัดเจน สร้างความปิติยินดีกับชาวไต้หวันอย่างมากมาย

ดูฮวงจุ้ย ห้างโซโก้ประเทศไต้หวัน สิงหา 54

พิธีไคกวง เทพเจ้ากวนอู เมืองไถจง ไต้หวันเดือน พฤษภาคม2554


กษ์ ยามคือสิ่งที่ บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานสนามแม่เหล็กโลก  พลังงานสนามแม่เหล็กของจักรวาล และพลังงานสนามแม่เหล็กเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล "ฤกษ์ยามที่ดีและถูกต้อง"เท่านั้นจึงจะสามารถแก้ไขอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในในชีวิตและพื้นดวงชาตาเดิมได้ โดยจะต้องคำนวนความสัมพันธ์ระหว่าง ฟ้า-ดิน-คน ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นฤกษ์ยามที่คำนวนความสัมพันธ์ของพื้นดวงเดิมของเจ้าการเท่านั้น จึงจะทำได้
ส่วนฤกษ์ยามตามปฎิทินฤกษ์ยามต่างๆ(ฤกษ์โหล) นั้น ไม่อาจจะมาทดแทนได้ เพราะต้องใช้ผู้รู้ทางวิชาโหราศาสตร์เท่านั้นจึงจะหาความสัมพันธ์และฤกษ์ยาม ที่ดีเป็นมงคลได้
ตัวอย่างเช่น หากมีคนมาบอกว่าวันนี้จะมีพายุใหญ่  จงอย่านำเรือออกทะเล หากมีคนเชื่อไม่นำเรือออกทะเลในวันนั้นก็ต้องพบกับอุปสรรคและลมมรสุมต่างๆ นาๆ  ดีไม่ดีเรืออาจอัปปางเอาได้ แต่หากมีคนเชื่อไม่ออกเรือในวันนั้นก็จะพบกับความสวัสดีอยู่รอดปลอดภัย ไม่มีปัญหาใดใดเกิดขึ้น ฤกษ์ยามก็เป็นอย่างนี้ หากมีคนเชื่อและปฎิบัติตามอย่างน้อยเขาก็จะไม่พบกับความวิบัติร้ายแรง หรือไม่ก็บรรเทาผลร้ายที่จะเกิดมีขึ้นในชีวิตได้ไม่มากก็น้อย

การให้ฤกษ์มงคลสมรส ฤกษ์หมั้น ฤกษ์แต่งงาน พิธีไทย พิธีจีน และฤกษ์จดทะเบียนสมรส

ในการหาฤกษ์มงคลสมรสนี้ นับว่ายากมาก ทางโหรภารตะจะจัดเจนมากในการพิจารณาหาความสัมพันธ์การครองคู่ของสามีภรรยา โดยพิจารณาจาก “มหากูฏะ 8ประการ” เพื่อดูว่าสมพงษ์กันหรือไม่และการพิจารณาหาความสัมพันธ์และความขัดแย้งต่างๆและปรับปรุงผลของดวงฤกษ์ เพื่อให้เป็นศุภผลใน การดูฤกษ์ยามแต่งงานไม่ใช่เป็นเรื่องพิธีกรรมแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นเป็นเพียงรูปแบบ แต่ประเด็นหลักของการใช้ฤกษ์ยามในทางโหราศาสตร์ในสัญลักษณ์แห่งพิธีกรรมก็ คือเป็นหลักประกันที่สำคัญที่สุด ที่ จะการประกันชีวิตสมรสได้ว่า การสมรสนั้นจะมั่นคงราบรื่น ฐานะมั่นคง ไม่มีปากเสียงและเกิดการทะเลาะวิวาทในคนทั้งสอง ไม่เกิดการอย่าร้าง และเกิดบุตรที่มีปัญญา ฉลาดเฉลียว และสืบวงศ์ตระกูลไปในภายภาคหน้า

ในการพิจารณาฤกษ์ยามในระบบโหรพรามณ์หรือโหราศาสตร์ภารตะนี้ มีการพิจารณาในรายละเอียดลึกซึ้ง มีการประเมินผลมาตลอดระยะเวลา 5000 ปี แต่หากดูจากโหราศาสตร์ระบบอื่นๆอาจจะหาฤกษ์ได้ง่ายกว่านี้ แต่ก็มีผลเสียตามมามากมาย โดย เฉพาะความสุขในชีวิตสมรส

มีการอย่าร้างตามมามากมาย นี่อาจจะเป็นเพราะใช้ฤกษ์สะดวกหรือใช้ฤกษ์ยามแบบสุกเอาเผากิน นอกจากกฎเกณฑ์ฤกษ์ยามพื้นฐานทั่วไปแล้ว ยังต้องพิจารณาเพิ่มเติมอีกเป้นพิเศษสำหรับฤกษ์มงคลสมรส เช่น

1.ห้ามวันเสาร์ วันพุธ วันอังคาร
2.ห้ามริกตะดิถี
3.ห้ามวันพระจันทร์ดับ อมวาสี วันที่ดาวเคราะห์ดับ วันที่มีคราส ฯลฯ
4.ห้ามวันที่มีดิถีร้าย เช่น วั
นดิถีมหาสูญ ฯลฯ
5.ห้ามวันที่ มีกรณะร้าย (คำนวนจากองศาพระอาทิตย์และจันทร์) ห้ามวิษฎิกรณะอย่างเด็ดขาด
6.ห้าม เวลาที่มีโยคร้าย (คำนวนจากเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น-ตก แล้วนำมาเฉลี่ย 8 ส่วน) ห้ามโยค วยาธิปัฎ ธรุว คัณฑ วัชร ศูละ วิษฎัมภะ วยาฆาต และปริฆะ

7.ห้ามวัน ขึ้นแรม 7 คำ ต้องอัคนิโรธณ์8.ในดวงฤกษ์ต้องไม่มีคุชะโทษ (อังคารอยู่ในเรือที่ 8 ศุกร์ในเรือนที่ 6)  แสดงถึงการอย่าร้าง
9.ในดวงฤกษ์ดาวจันทร์ต้องไม่ร่วมกับดาวเคราะห์ใดใด แสดงถึงความไม่มีความสุขในชีวิตสมรส
10ในดวงฤกษ์เรื่อนที่ 7 ตัองว่าง ไม่มีดาวเคราะห์สถิตย์ แสดงถึงการทะเลาะวิวาท
11 ในดวงฤกษ์ต้องไม่มีปาปเคราะห์ร่วมลัคน์ แสดงถึงความทุกข์ยากขัดสน
12 ตรวจสอบดาราพละ และปัญจก ให้สมดุลย์ เพื่อลบล้างผลร้ายในดวงชาตาของทั้งสอง
13.ยก เว้นนักษัตรทำลาย เช่น เชษฐนักษัตร เป้นเหตุให้เกิดผลร้ายแก่ดวงชาตาของพี่น้องสามี นักษัตรมูลละ เป็นเหตุให้บิดา มารดาของสามีตาย อัสษิเลษะ เป้นเหตุให้มารดาของสามีตาย วิศาขะทำลายน้องชายสามี มูละทำลายบิดามารดาของทั้งสองฝ่าย
14.พิจารณามหากูฎะเพื่อความปรองดองในการสมรส
14.1 ทินะกูฎะ หาความปรองดองในชีวิตคู่
14.2คณะกฏะ หาความปรองดองในเรื่องอารมณ์และนิสัยของคู่สมรส

14.3มาเหนทรกูฏะ แสดงถึงความมีสวัสดิภาพและอายุยืนของทั้งคู่
14.4สตรีทีรฆกูฎะ แสดงถึงมิตรไมตรีที่มีต่อกัน
14.5 โยนิกูฏะ แสดงถึงความสอดคล้องกันในเรื่องเพศ และกามารมณ์
14.6ราศีกูฎะ แสดงถึงความสุขในชีวิตคู่ และความเจริญรุ่งเรือง
14.7เคาราห์ไมตรีกุฎะ แสดงถึงจิตใจและอารมณืของคุ่สมรส การเอื้ออาทร ความมีน้ำใจให้กัน
14.8วัศยะกูฎะ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อกัน การปฎิบัติต่อกันตามฐานะ
14.9รัชชุกูฎะ แสดงถึงความมั่นคงหรือระยะเวลาของชีวิตสมรส

14.10 เวธกูฎะ แสงถึงการให้โทษซึ่งกันและกัน เบียดเบียนกัน
14.11 วรรณะกูฎะ  แสดงถึงความถือตัวเย่อหยิ่งต่อกันในชีวิตคุ่
14.12นิทิกูฎะ แสดงถึงเชื้อสายและกรรมพันธ์ ที่สมดุลยกันในคู่สมรส

หากท่านต้องการทราบรายละเอียดและความหมายเกี่ยวกับการดูฤกษ์ อ่าน "กฎเกณฑ์การให้ฤกษ์" คลิ๊กที่นี่..

หมายเหตุ 1)หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวนกำลังดาวเคาระห์และเรือนชาตาโดยคลิ๊ก โหราวิทยาบทที่ 4 การคำนวณกำลังดาวเคราะห์และเรือนชาตา

หมายเหตุ 2)หากท่านเข้าใจว่าวิชาโหรฯเป็นวิชาที่งมงายไร้เหตุผล ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่มีหลักการ ขอให้ท่านเข้าไปศึกษา วิชาการคำนวณดวงชาตาของโหรฯเสียก่อน  โดยคลิ๊ก การคำนวณดวงพิชัยสงคราม,คัมภีร์สุริยยาตร์และมานัตต์

ในการแต่งงานมักต้องมีดวงฤกษ์ประกอบกันหลายดวงฤกษ์ ทั้งนี้เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของคู่บ่าวสาว และการรักใคร่ปรองดองกัน อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า

ดวงฤกษ์ที่ว่านี้ ก็มีทั้งแบบไทยและแบบจีน ก็คือ

1.  ฤกษ์ตัดชุดเจ้าสาว /แต่งผมเจ้าสาว / ฤกษ์ปูเตียง

2.  ฤกษ์สู่ขอ

3.  ฤกษ์สวมแหวนหมั้น หรือฤกษ์หมั้น

4.  ฤกษ์สวมมงคลรดน้ำสังข์ /ฤกษ์รับเจ้าสาวเข้าบ้านเจ้าบ่าว

5.  ฤกษ์ส่งตัว

6.  ฤกษ์จดทะเบียน

เพื่อความสะดวกสำหรับการเตรียมการแต่งงานของท่าน ทางอาศรมฯสามารถคำนวนฤกษ์ให้กับท่านล่วงหน้าได้หลายปี   เพราะจะได้ทำการวางแผนการแต่งงาน การจองโรงแรม และ เตรียมการอื่นๆได้ทัน

 

 

การ คำนวนฤกษ์จะเร็วจะช้าจะยากหรือง่ายก็ขึ้นอยู่กับดวงชาตาของบุคคลนั้นๆ ว่าช่วงเดือนนั้นหรือในระหว่างปีนั้นมีช่วงที่ดีเป็นมงคลกับดวงชาตานั้นๆ หรือไม่และจะต้องหลีกเลี่ยงผลร้ายและปรับปรุงดวงฤกษ์อย่างไรจึงจะสมพงษ์กับ ดวงชาตาของเจ้าชาตาและกิจการที่จะต้องกระทำในช่วงนั้นหากตรวจสอบพบว่ามี เคราะห์หามยามร้ายในช่วงนั้นพอดี โหรจะต้องปรับดวงฤกษ์อย่างไรจึงจะสลายผลร้ายอันนั้นให้ลดลงหรือหลีกเลี่ยงไป ให้ได้ และพยายามส่งเสริมจุดที่ดีในดวงชาตาให้โดดเด่นขึ้นโดยใช้ฤกษ์ยามซึ่งเป็น พลังงานพิเศษจากฟากฟ้ามาเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมและแก้ไขดวงชาตาฉะนั้นใน การแก้ไขดวงชาตาในหลักวิชาโหรนั้น มีเพียงการใช้"ฤกษ์ยามที่สมพงษ์กับเจ้าชาตาเท่านั้น"จึงจะสามารถเปลี่ยน แปลงดวงชาตาจากร้ายให้กลายเป็นดีขึ้นได้

 


หากต้องขอฤกษ์นี้ ผมอาจจะต้องใช้เวลา 3-7 วันในการคำนวนหาฤกษ์  หรืออาจใช้เวลามากกว่านี้ ในกรณีที่คู่สมรสมีดวงชาตาที่หาฤกษ์สมรสได้ยาก ในการหาฤกษ์ สิ่งที่ต้องการก็คือ

1.  ดวงชาตาคู่บ่าว-สาว วันเดือนปีเกิด เวลาเกิด และจังหวัดที่เกิด และบอกอาชีพมาด้วย พร้อมชื่อ-สกุลโดยละเอียด

2.  เวลาที่ต้องการจะแต่งคร่าวๆว่าประมาณวันไหน เดือนอะไร และที่จังหวัดไหน และช่วยระบุช่วงเวลาให้กว้างๆหน่อยนะครับ ประมาณ 3, 6เดือน 8 เดือน - 1 ปี เช่น ต้องการแต่งระหว่าง เดือนมกรา -มีค 56  หากในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถหาฤกษ์ได้ ทางอาศรมจะให้ฤกษ์ในเวลาที่ใกล้เคียงที่สุดแทน

3.  แต่งแล้ว เจ้าบ่าวไปอยู่บ้านเจ้าสาว หรือเจ้าสาวไปอยู่บ้านเจ้าบ่าว หรืออยู่ด้วยกันเอง และแต่งแล้วจะต้องไปร่วมทำกิจการอาชีพร่วมกันหรือไม่อย่างไร

4.  แต่งแล้วต้องการมีบุตรกี่คน แบบไหน ชายหรือหญิง

5.ในการจัดพิธีแต่งงานต้องการวันเดียวกันจนจบพิธี หรือต้องการแยกวันหมั้น/สู่ขอ และวันแต่งแยกคนละวันกัน

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่ผมต้องการสำหรับคำนวนดวงฤกษ์ และยังมีรายละเอียดปลีดย่อย เช่น เคล็ดมงคลในการแต่งงาน จะต้องทำอย่างไร และมีข้อห้ามอะไรบ้างผมจะแจ้งให้เป็นรายๆไปครับ (ยกเว้นไม่รับดูฤกษ์ผ่าคลอดนะครับ)

***ใน กรณีขอฤกษ์แต่งแบบจีน ท่านจะต้องนำวันเดือนปีเกิดเวลาเกิดของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย(เอาเท่าที่ยังมี ชีวิตอยู่)ส่งมาให้ด้วยนะครับ  หรือต้องการให้เขียนใบฤกษ์เป็นภาษาจีนด้วยท่านก็ต้องส่งชื่อทั้งเจ้าบ่าว สาว พ่อแม่ทั้งสองฝ่าย ที่เขียนเป็นภาษาจีนส่งมาให้ผมด้วยเช่นกันครับ

ทั้งหมดนี้ต้องเขียนให้ครบนะครับ แล้วไปสู่ขั้นตอนที่ 3


 ปัจฉิมลิขิต ทางอาศรมจะให้ฤกษ์ที่ดีที่สุดเพียงฤกษ์เดียวในช่วงระยะเวลาที่คุณระบุมานะครับ ไม่มีฤกษ์เผื่อเลือก ไม่มีฤกษ์โหลๆเช่นวันนี้วันดีแต่งงานได้ทุกคู่ หรือวันนี้วันดีออกรถได้ทุกคน หรือฤกษ์ตามใจฉัน ฤกษ์ตามใจผู้ใหญ่ หรือฤกษ์ชอบสะดวก ฤกษ์ยามชั้นสูงระบบนี้คำนวณยากและหาฤกษ์ได้ยากกว่าระบบอื่นและจะต้องคำนวน ให้ถูกต้องตามหลักวิชาต้องเป็นมงคลที่สุดและดีที่สุดสำหรับผู้มาขอฤกษ์เท่านั้น   ท่านไหนนำไปใช้ได้ก็ถือว่าเป็นคนมีบุญเป็นศิริมงคลเกิดความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรืองสำเร็จสมหวังตามปรารถนา แต่ท่านไหนมีวิบากกรรมเจ้ากรรมนายเวรขัดขวางหรือวาสนาไม่ถึงฤกษ์ก็นำไปใช้ไม่ได้  โหรผู้ให้ฤกษ์ก็ไม่สามารถทำแบบมักง่ายหรือให้ฤกษ์แบบตามใจท่าน  เพราะหากเกิดความวิบัติใดใดแก่ผู้ใช้ฤกษ์  โหรผู้ให้ฤกษ์ก็ต้องรับผลกรรมอันนั้นด้วยซึ่งครูบาอาจารย์ท่านก็ได้สาปแช่ง ให้แก่ตัวโหรผู้ให้ฤกษ์ผิดๆ โดยหวังจะเอาลาภสักการะ หรือทำแบบสุกเอาเผากิน ดังนั้นจึงได้โปรดได้เข้าใจในข้อนี้ด้วย

 

สำหรับ ท่าน ที่เกิดต่างประเทศ /อาศัยอยู่ในต่างประเทศ /ต้องการใช้ฤกษ์มงคลเพียงแค่แจ้งชื่อเมือง /ประเทศ/รัฐ /เวลาท้องถิ่น/เวลา DST ที่ท่านเกิดหรือเมืองที่ต้องการประกอบการมงคลต่างๆ  ส่วนผมจะแจ้งฤกษ์มงคลตามเวลาท้องถิ่นที่ท่านอาศัยอยู่โดยคำนวนจาก Time Zone,DST,GMT,Lat-Long ซึ่งจะแม่นยำและไม่ผิดพลาด

ในการขอฤกษ์ท่านสามารถส่งข้อมูลได้ 3 แบบคือ

1.1.ผ่านแบบฟอร์มที่กำหนด(แบบใหม่ใช้ง่ายปลอดภัย และปกปิดข้อมูลส่วนตัวของคุณเป็นความลับ)

2.อีเมล์มาที่ผมโดยตรง โดยใช้วิธีดาวน์โหลดแบบฟอร์ม(MS Word)

3.Fax รายละเอียดการขอฤกษ์มาที่ 0-2733-3585 แต่ขอให้ตัวหนังสือใหญ่และต้องคมชัด ส่วนมากที่ส่งมามักจะอ่านไม่ค่อยออกต้องโทรกลับไปถามบ่อยๆ

ขอความกรุณาอย่าโทรมาบอกให้ผมจดรายละเอียดในการขอฤกษ์ของท่าน เพราะผมไม่สะดวกจดจริงๆครับ ต้องขออภัย

หากต้องการสอบถามรายละเอียดก่อน คลิ๊กที่นี่..

กรุณากรอกแบบฟอร์มเพื่อขอฤกษ์ โดยคลิ๊กที่แบนเนอร์ข้างล่างนี้/หรือใช้วิธีดาวน์โหลดแบบฟอร์ม(MS Word)

**การขอฤกษ์จดทะเบียนสมรส เฉพาะกรณีที่ไม่ต้องการจัดพิธีแต่งงาน หรือเคยจัดพิธีมานานแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส

Download this file (chinesewedding new.doc)แบบฟอร์มขอฤกษ์แต่งงานพิธีจีน [ ] 94 Kb
Download this file (Thaiwedding.doc)ดาวน์โหลด แบบฟอร์มขอฤกษ์แต่งงาน พิธีไทย [ ] 88 Kb
Download this file (WeddingRegister.doc)ดาวน์โหลด แบบฟอร์มขอฤกษ์จดทะเบียนสมรส [ ] 85 Kb

 

ค่าครูบูชา ฤกษ์แบบไทย ๑,๒๙๙ / ต่อครั้ง หากต้องการขอใหม่คุณต้องทำบุญค่ายกครูใหม่

ค่าครูบูชาฤกษ์แบบจีน ๑,๘๘๘ / ต่อครั้ง หากต้องการขอใหม่คุณต้องทำบุญค่ายกครูใหม่

ค่าครูบูชาฤกษ์จดทะเบียนสมรสอย่างเดียว ๙๙๙ / ต่อครั้ง หากต้องการขอใหม่คุณต้องทำบุญค่ายกครูใหม่

***ค่า ครูคำนวนฤกษ์ของระบบ"โหร" ที่มีประสบการณ์โดยปกติทั่วไป  จะมีการกำหนดไว้ที่ประมาณ 4,000- 6,000 บาท   แต่เพื่อเป็นการสืบสานวิชาการให้ฤกษ์ยามที่ถูกต้องตามระบบโหราศาสตร์ และเพื่อการรักษาขนบประเพณีไทยโบราณมิให้สูญหายไป อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความเข้าใจต่อวิชาโหรฯว่าเป็นวิชาที่มีหลักการที่ เป็นระบบ มีแบบแผน ถ่ายทอดสืบต่อกันมานานนับพันๆปี เป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์ เป็นของสูงมีค่าควรเมือง มิใช่นำไปทำนายกันเล่นๆ  อย่างที่เราเห็นๆกันโดยทั่วไป และเพื่อเปิดโอกาสให้กับคนทุกชนชั้น ได้มีโอกาสได้ใช้ฤกษ์ยามของระบบโหรที่ถูกต้อง ทางอาศรมฯจึงกำหนดอัตราค่าครูเพียง999, 1299และ 1888 บาทเท่านั้น

รายได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดทำข้อมูลและบริหารเว็บไซด์  และเพื่อเผยแพร่ความรู็เชิงวิชาการด้านโหราศาสตร์ ธรรมะ  ฯลฯ แก่สาธารณะชน และอีกส่วนหนึ่งนำไปทำบุญกุศลต่างๆตามกฏเกณฑ์ของโหร

ใหม่ ขณะนี้ท่านสามารถชำระค่าบูชาครู ผ่านระบบ Paypal ,บัตรเครดิต,บัตรเดบิต ของทุกธนาคารได้แล้ว วิธีใช้คลิ๊กที่นี่

ชำระเงินโดยคลิ๊กปุ่ม Paypal ด้่านล่างนี้


ชำระ999 บาท

ชำระ 1299 บาท

ชำระ 1888 บาท


การแจ้งการโอนเงินชำระค่าบูชาครู

เมื่อ ท่านได้ชำระค่าครูบูชาฤกษ์แล้วกรุณาแจ้งการโอนเงินมาทาง SMS ที่หมายเลข 085-832-8228 หรือ e-mail แจ้งมาที่ kamol_jsk[@]hotmail.com หรือ Fax รายละเอียดมาที่  0-2733-3585
หรือแจ้งการโอนเงิน ได้ที่เมนูหน้าเว็บไซด์ หรือคลิ๊กที่นี่ "แบบฟอร์มแจ้งการโอนเงินค่าบูชาครู"

ปัญหา ที่พบบ่อยมากก็คือเมื่อท่านทำการส่งข้อมูลและได้ทำการโอนเงินชำระค่าครูแล้ว มักจะไม่ค่อยได้แจ้งการโอนเงิน ทำให้ได้รับฤกษ์ล่าช้า (เนื่อง จากการทำการขอฤกษ์ยามมงคลจะต้องมีค่าบูชาครูเพื่อที่จะให้คุณได้ฤกษ์ยามจาก ครูบาอาจารย์ที่ถูกต้องจะไม่เป็นหนี้เวรหนี้กรรมต่อกันในการติดค้างครู อาจารย์ และโหรผู้คำนวนฤกษ์ก็จะไม่ต้องรับวิบากผลในการให้ฤกษ์ยามในการแก้ดวงชาตาให้ กับท่าน) หากได้ทำการชำระค่าครูแล้วกรุณาโทรแจ้งคุณกมล (คุณบอย) 085 832 8228 หรือแฟกซ์ / อีเมล์ตามรายละเอียดข้างต้น

ขอความกรุณาอย่าโทรมาบอกให้ผมจดรายละเอียดในการขอฤกษ์ของท่าน เพราะ

หาก ท่านไม่ได้แจ้งเข้ามา เราก็จะไม่สามารถตรวจสอบว่ายอดเงินนี้เป็นของท่าน เพราะยอดเงินจะเหมือนกันทั้งหมด จะทำให้ท่านได้รับฤกษ์ล่าช้า

ทางอาศรมฯของเราปกติ มิได้เปิดรับแขก หรือลูกค้าหรือบุคคลทั่วไป ให้ มาดูฤกษ์ที่อาศรมฯ  เพราะเราเป็นที่สัปปายะซึ่งต้องการความสงบ  เราจึงมีบริการคำนวนฤกษ์เฉพาะทางเว็บไซด์หรืออีเมล์เท่านั้น จึงต้องขอภัยทุกๆท่านมา ณ ที่นี้

 

และ เมื่อผมได้รับการยืนยันการชำระค่าครูบูชาฤกษ์แล้ว จะดำเนินการจัดส่งฤกษ์มงคลให้กับท่านทางอีเมล์ ภายใน1-5 วันแล้วแต่กรณี และ  SMS แจ้งทางหมายเลขมือถือที่ท่านได้ให้ไว้ตอนกรอกแบบฟอร์ม

ฤกษ์มงคลที่ท่านจะได้รับมีดังนี้

ฤกษ์แบบไทย ท่านจะได้ 1.ฤกษ์ขันหมากหมั้น 2.ฤกษ์หลั่งน้ำสังข์ 3.ฤกษ์จดทะเบียนสมรส 4.ฤกษ์ส่งตัวเข้าเรือนหอ (บอกเวลา ปฐมฤกษ์ - ปัจฉิมฤกษ์)

ฤกษ์แบบจีน ท่านจะได้ฤกษ์ 1.ปูเตียง 2.แต่งผมเจ้าสาว 3.ฤกษ์ตัดชุด 4.ฤกษ์หมั้น 5.ฤกษ์ลงจากเกี้ยว(ส่งตัวเข้าบ้านเจ้าบ่าว) ที่สมพงษ์กับเจ้าบ่าวสาว และบิดามารดาของทั้งสองฝ่าย สมพงษ์ทั้งฤกษ์ไทยฤกษ์จีน ใบฤกษ์เขียนเป็นภาษาไทยและจีน (บอกเวลา ปฐมฤกษ์ - ปัจฉิมฤกษ์)

ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ท่านจะได้เวลามงคลที่จะทำการจดทะเบียนสมรสที่อำเภอ ทิศมงคล และเคล็ดมงคลต่างๆ  (บอกเวลา ปฐมฤกษ์ ปัจฉิมฤกษ์)

 

ฤกษ์แต่งงานแบบไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฤกษ์แต่งงานแบบจีน

 

 

 

 

 

ในใบฤกษ์จะมีให้ทั้งภาษาไทย-จีน  และคำนวนฤกษ์ให้เป็นมงคลทั้งไทยและจีน (ไม่ขัดแย้งกัน)

 





ดูฮวงจุ้ยศาลเจ้าโบราณ และร่วมบูรณะโรงเจ ฮวงซุ้ยของหลวงพ่อเงิน คลอง7 ปทุมธานี

ฤกษ์เปิดร้านอาหารญี่ปุ่น โนบุชาบู ชั้น 7 Central World วันที่ 29 กย 53 เวลา 10.30 น.อาจารย์ได้ไปทำพิธีเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น โนบุ ชาบู ชั้น 7 ตามฤกษ์ที่อาจารย์กำหนดให้โดยมีท่านเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตรฯ มาทำพิธีเจิมและเจริญพุทธมนต์ให้กับทางร้าน พร้อมกับคุณสรยุทธ เพ็ชรตระกูลผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการการทรวงมหาดไทย มาเป็นประธานในพิธีเปิด

ให้ฤกษ์พร้อมทำพิธี ตั้งศาลพระพรหม บ้านท่านอธิบดีกรมอนามัย ดร.สมยศ ดีรัศมี อ่างศิลาชลบุรี 29 มค 2554

ให้ฤกษ์พร้อมทำพิธี ตั้งศาลพระพรหม โรงไฟฟ้า พลังแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุด ที่ สระบุรี 22 กค 2553

ให้ฤกษ์พร้อมทำพิธี บวงสรวงพระ ูมิ โรงแรมโนโวเทล บางนากรุงเทพเมื่อ 19 มิย 2553

ให้ฤกษ์พร้อมทำพิธี ตั้งศาลตา-ยาย บ.อินฟินิทกรีน าพลำแสงพลังงานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงมาแผ่บารมี

 

ชาวไต้หวันเชิญอาจารย์ไปดูทำเลที่ตั้งฮวงซุ้ย (สุสาน) ให้กับตระกูลเจี่ยน เมืองไถจง ไต้หวันสิงหา 2554

ดูฮวงจุ้ยโรงไฟฟ้า ชีวมวล บ.ทรัพย์อนันต์ ไบโอแมส จก. จ.ชุมพร

ดูฮวงจุ้ยโรงงาน บริษัท Proswiss เมืองไถจง ไต้หวัน เดือน พฤษ าคม 2554

ดูฮวงจุ้ย บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เมืองไถจง ไต้หวัน

บรรยายฮวงจุ้ยให้นักธุรกิจฟัง ที่โซฟิเทล เซ็นทรัล ลาดพร้าว กพ 2553

บรรยายฮวงจุ้ยให้กับนักธุรกิจ โรงแรม โคซี่บีช พัทยาจัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมซอฟร์แวร์ไทย

บรรยายฮวงจุ้ยให้หอการค้าจ.บุรีรัมย์ จัดโดยโครงการSME ไทยเข้มแข็ง ณ.สถาบันราช ัฏ บุรีรัมย์

 



 

 

หมายเหตุ.

1.ฤกษ์วิชาโหรฯไม่มีฤกษ์เผื่อ เลือก มีเฉพาะฤกษ์ที่ดีที่สุดและสมพงษ์กับเจ้าชาตาที่สุดในช่วงเวลาที่คุณระบุมา เท่านั้น ฉะนั้นให้ระบุมากว้างๆก็จะเป็นการดี

2.ฤกษ์ วิชาโหรฯแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับฤกษ์ของวิชาหมอดูและความเชื่อของชาวบ้าน ทั่วๆไป ทุกวันนี้คนเข้าใจสับสนระหว่างวิชาหมอดูทั่วไปกับวิชาโหรฯ นึกว่าหมอดูก็คือโหรฯ โหรฯก็คือหมอดู อันนี้ไม่ใช่นะครับ และวิชาโหราศาสตร์กับวิชาพยากรณ์ต่างๆก็คนละระบบกัน และก็ไม่ใช่วิชาโหรฯ

3.ใน วิชาโหรเดือนหนึ่งๆมีวันฤกษ์ดีจริงๆเพียง 1-3 วันเท่านั้น หากต้องคำนวนการสมพงษ์กับดวงเจ้าชาตาแล้วบางทีก็เหลือเพียงวันเดียว หรือไม่มีเลย ส่วนวิชาหมอดูจะมีวันฤกษ์ดีมากกว่านี้มาก บางทีมีเป็นสิบกว่าวัน


4.ผลของฤกษ์ยามระบบโหร สามารถตรวจสอบได้โดยวิธีการทางโหราศาสตร์ สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้นับร้อยปีเช่น ดวงเมืองของประเทศไทยหรือดวงเมืองกรุงเทพฯ เราสามารถพยากรณ์เหตุการณ์เป็นไปในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ได้จาก"ดวงฤกษ์"ในการลงเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ  และก็เป็นจริงตามนั้น แต่ฤกษ์ยามของหมอดูไม่สามารถตรวจสอบโดยวิธีใดใดได้

5.ฤกษ์ยามกับพิธีกรรม ส่วนในด้านพิธีกรรมต่างๆนั้น ฤกษ์ยามจะเป็นตัวกำหนดพิธีกรรมต่างๆ ให้เกิดขึ้น พิธีกรรมจึงเป็นเพียงตัวแทนของฤกษ์ในเชิงรูปธรรมให้เราจับต้องได้เท่านั้น ไม่ใช่พิธีกรรมเป็นตัวกำหนดฤกษ์ บางครั้งพิธีกรรมอาจจะไม่จำเป็นเสียด้วยซ้ำไป ดังนั้นพิธีกรรมแม้นว่าจะใหญ่โตสักเพียงใด หากขาดซึ่งฤกษ์ยามที่ถูกต้องแล้วพิธีกรรมนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่า ไร้ความหมายและไม่มีผลใดใดทั้งสิ้น


เรี่องฤกษ์ ยามโหรทั้งหลายจึงได้กลัวกันนักกันหนา บางคนเรียนโหรมานานนับสิบๆปีแต่ไม่กล้าให้ฤกษ์ยาม ก็เพราะกลัวว่าถ้าหากผิดพลาดผลั้งเผลอไปก็จะเป็นโทษแก่ตนเอง ไม่เหมือนการพยากรณ์ดวงชาตาหากผิดพลาดผลั้งเผลอก็ยังจะพอทำเนาฉะนั้นผู้ให้ ฤกษ์จะต้องมีคุณธรรมเป็นหลักใหญ่ จะเห็นแก่อามิสสินจ้างใดใดไม่ได้เลย และผู้ที่ให้ฤกษ์ยามได้ก็ต้องศึกษาวิชาโหราศาสตร์มาไม่น้อยกว่า 10 -20ปี จึงพอที่ให้ฤกษ์ให้ยามกันได้

การใช้ฤกษ์ก็คือศาสตร์ในการแก้ไขดวง ชาตาแบบหนึ่ง ก็คือแก้จากร้ายกลายเป็นดี จากดีก็ให้ยิ่งเจริญยิ่งๆขึ้นไป ดังนั้นการขอฤกษ์ทุกคนจะต้องเสียค่าบูชาครู จะมากจะน้อยตามแต่โหรท่านใดเป็นคนกำหนดจำนวนเท่าใดก็ตามแต่ เพราะมิฉะนั้นโหรเองก็ไม่กล้าคำนวนฤกษ์ให้เพราะจะเข้าตัวเอง มีหลายคนชอบขอแบบให้ส่งฤกษ์ไปให้ดูก่อนแล้วจะค่อยจ่ายเงินค่าครู อันนี้แม้แต่ของซื้อของขายคนเขาก็ไม่ทำกันนะครับ สมมุติว่าคุณอยากได้ฤกษ์ดี ให้คุณเจริญก้าวหน้า ร่ำรวย แต่คุณกลับเสียดายค่าครูอันน้อยนิด จะขอต่อรอง หรือไม่อยากที่จะจ่ายก็ถือว่าคุณต้องการเอาเปรียบครูบาอาจารย์ที่จะมาช่วย เหลือคุณ  จิตใจแบบนี้ย่อมไม่เป็นมงคลกับตัวคุณเอง

และ"ค่า บูชาครู"นี้เองที่โหร หมอดู นักพยากรณ์ทุกๆคนจะต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญกุศลอุทิศให้ครูบาอาจารย์ทาง โหราศาสตร์และอุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของตัวคุณเอง และเพื่อช่วยในการขจัดปัดเป่าอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณในอนาคต นี่เป็นกฏเกณฑ์ที่สำคัญของโหร หมอดู และนักพยากรณ์ทุกคนจะต้องถือปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

อันตรายจากการใช้ฤกษ์สะดวก

คำ ว่าฤกษ์สะดวก ก็คือ การไม่ใช้ฤกษ์ยามที่ถูกต้องนั่นเอง หรือไม่ต้องดูฤกษ์ อาจจะเพราะเสียดายเงินค่าครูที่จะต้องจ่าย หรืออาจะเพราะใจเร็วด่วนได้  หรือไม่เชื่อถือฤกษ์ยามเลยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องงมงายไร้สาระ เชื่อถือไม่ได้ ฯลฯ

บาง คนยอมที่จะจัดงานมงคลสมรสหรืองานมงคลต่างๆด้วยต้นทุนราคาแพงโรงแรมหรูๆ เลี้ยงแขกเหรื่อนับร้อยนับพัน แต่ก็ตระหนี่ไม่ยอมเสียเงินค่าครูดูฤกษ์ เพราะคิดว่าแพง เอาแบบฤกษ์สะดวก ซึ่งง่ายกว่า ตามใจตัวเอง ผลปรากฏว่าหลังจากแต่งแล้วไม่นานก็ต้องเลิกร้างกันไป บางคนเรียกว่าหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ก็มีให้เห็นๆกันอยู่ การที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะไม่ได้ใช้ฤกษ์ หรือใช้ฤกษ์ยามจากผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องฤกษ์จริงๆ ผลก็กลายเป็นวิบัติ ..

ทำไม จึงกล่าวอย่างนั้น ก็เพราะฤกษ์ยามมีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตของคนเราได้จริงอย่างไม่น่าเชื่อ หากนำฤกษ์ของคนที่แต่งแล้วเลิกมาคำนวนทางวิธีการทางโหราศาสตร์ ก็จะพบความจริงว่าผลที่เกิดเลิกร้างกันนั้นมันมาจากฤกษ์ยามที่ไม่เป็นมงคล ที่เรียกว่า"ฤกษ์สะดวก"นั่นแหละ และสามารถพิสูจน์ได้โดยโหรทุกสำนักๆ ไม่เชื่อลองไปสอบถามโหร หรือนักพยากรณ์เหล่านั้นดูได้ทุกๆท่าน

บาง คนก็เชื่อฤกษ์ยามเอาแต่เีพียงว่า "ขอมีฤกษ์ก็พอ ฤกษ์แบบไหนก็ได้" สรุปว่าคนพวกนี้ก็จะไปพลิกดูปฎิทินดูไปดูมา แล้วก็เลือกกันเอาเอง ตามใจชอบหือที่คิดว่าเราสะดวก มันก็คือฤกษ์สะดวกดีๆนี่เอง

หรือ ไม่ก็ถามผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ว่าวันไหนดี คนแก่ก็มักจะบอกว่าวันนี้ดีวันนั้นดี แล้วเราก็เชื่อเพราะเราเห้นท่านเป็นผู้มีอายุ น่าเคารพนับถือ (ซึ่งท่านเหล่านั้นก็ไม่ใช่โหรหรือเคยศึกษาวิชาโหรมาเลยแม้แต่น้อย) อันนี้ก็อันตรายไม่ต่างจากฤกษ์สะดวก

บาง คนก็เชื่อเรื่องฤกษ์ยามอยู่เหมือนกัน แต่ก็ชอบนึกว่าเหมือนของซื้อขาย ไปเสาะหาคนดูฤกษ์เจ้าไหนราคาถูกกว่ากัน ราคาของอาจารย์คนนั้นแพงกว่าคนนี้ คนนี้ถูกที่สุด เอาคนนี้ดีกว่าเพราะถูกดี อย่างนี้ก็อันตราย เพราะฤกษ์ยามไม่สามารถวัดกันด้วยราคา แต่ครูอาจารย์บางท่านก็สูงมาเป็นหลายๆพันบาท อันนี้เป็นค่าวิชาของท่าน ท่านศึกษามานานนับสิบๆปี  ก็อย่าไปต่อรองท่านเลย เพราะเราจะเอาดี เอารวย แต่ไม่ยอมบูชาครู อันนี้ก็ไม่เหมาะ

อีก เรื่องก็คือการไปขอฤกษ์จากพระสงฆ์ จริงๆแล้วผมว่าพระสงฆ์ท่านต้องเรียนศึกษาพระธรรมวินัย ท่านมีเวลาน้อยมากที่จะมาศึกษาเรื่องฤกษ์ยาม ถึงแม้ว่าจะมีพุทธานุญาตให้ภิกษุเรียนเรื่องฤกษ์ นักขัตฤกษ์ก็ตาม แต่ก็ไม่มีพุทธานุญาตให้ภิกษุเป็นหมอดูให้ฤกษ์ยามแต่อย่างใด หากภิกษุทำแล้วก็ย่อมเป็นอาบัติ ผิดพระวินัยสิกขาบท นี่เป็นเรื่องที่เราจะต้องรู้เอาไว้ เมื่อเราไปขอฤกษ์จากพระสงฆ์ก็ย่อมทำให้ท่านต้องอาบัติ  อันนี้เป็นปาปกรรมของผู้ที่ไปขอฤกษ์จากพระ ส่วนพระสงฆ์ท่านเองก็ต้องมีเมตตาจิตต่อผู้คนเสมอๆ ใครมาขอท่านก็ไม่อยากจะขัด บางครั้งท่านก็จำเป็นต้องให้เพราะญาติโยมรบเร้าเสียเหลือเกิน อันนี้ต้องเข้าใจท่านด้วย อย่าไปรบกวนท่านเหล่านั้นเลย เพราะจะทำให้เป็นปาปกรรมทั้งสองฝ่ายทั้งพระและโยม หากพระสงฆ์ท่านใดอุตตริไปให้ฤกษ์ยามกันเป็นล่ำเป็นสัน เห็นกันอย่างดาษดื่นทั่วไป นั่นก็ผิดวินัยอย่างชัดเจนหรือบางคนเชื่อว่าได้ฤกษ์พระผู้ทรงศีลแล้วก็จะ เป็นมงคลกับตัวเพราะท่านเป็นผู้ทรงศีล ฤกษที่ได้มาจะต้องเป็นฤกษ์ดีเท่านั้น  ความเข้าใจอันนี้ผิดพลาดอย่างมหันต์ ผลจะกลับเป็นตรงกันข้ามจากที่เคยเข้าใจมาแต่ก่อน ลองอ่านพระวินัยข้อนี้ดูนะครับแล้วจะเข้าใจ .............

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑
ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

๒. สามัญญผลสูตร
เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู


[๑๑๙] ๖. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพ โดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ให้ฤกษ์อาวาหมงคล ให้ฤกษ์วิวาหมงคล ดูฤกษ์เรียงหมอน ดูฤกษ์หย่าร้าง ดูฤกษ์เก็บทรัพย์ ดูฤกษ์จ่ายทรัพย์ ดูโชคดี ดูเคราะห์ร้าย ให้ยาผดุงครรภ์ ร่ายมนต์ให้ลิ้นกระด้าง ร่ายมนต์ให้คางแข็ง ร่ายมนต์ให้มือสั่น ร่ายมนต์ไม่ให้หูได้ยินเสียง เป็นหมอทรงกระจก เป็นหมอทรงหญิงสาว เป็นหมอทรงเจ้า บวงสรวงพระอาทิตย์ บวงสรวงท้าวมหาพรหมร่ายมนต์พ่นไฟ ทำพิธีเชิญขวัญ แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.

**อธิบายคำว่าติรัจฉานวิชา อีก นิดหนึ่งนะครับคำๆนี้ไม่ใช่เป็นด่านะครับ ตามรูปศัพท์แปลว่าวิชาอันเป็นไปในแนวขวาง ก็คือการขัดขวางในการปฎิบัติธรรม และการบรรลุธรรม คำๆนี้ใช้สำหรับนักบวชเท่านั้น เพราะเป็นปกติอยู่เองที่นักบวชจะต้องปฎิบัติตนในการละกิเลสเพื่อมุ่งสูความ หลุดพ้นอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีหน้าที่หรือกิจอย่างอื่นที่จะต้องทำเหมือนชาวบ้าน หากนักบวชไปเรียนวิชาทางโลกเช่น จัดดอกไม้ ทำกับข้าว ทำเสริมสวย ช่างยนต์ ช่างก่อสร้าง ฯลฯ  นี่ก็เป็น ติรัจฉานวิชา สำหรับนักบวช  แต่สำหรับผู้ครองเรือน ท่านเรียกว่า "สัมมาอาชีพ" นะครับ โปรดเข้าใจว่าวิชาโหรไม่ใช่ ติรัจฉานวิชา นะครับ แต่เป็น"สัมมาชีพ" อย่างหนึ่งของผู้ครองเรือน


หลายคนคนเข้าใจว่าการขอฤกษ์ไม่น่า จะยาก เพราะเคยเห็นพระหรือหมอดูบางท่านเปิดปฎิทินพลิกไปพลิกมาก็ให้ฤกษ์ได้แล้ว อันนั้นไม่ใช่ฤกษ์ของระบบโหรฯ เป็นฤกษ์ของระบบหมอดูซึ่งให้ผลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงอยากจะฝากไว้ให้รับรู้กันด้วยนะครับ

และที่ต้องระวังก็คือการใช้ฤกษ์ที่ได้มาจาก...


1."บุคคล ที่ไม่มีความรู้ทางวิชาโหราศาสตร์" และไม่มีประสบการณ์เพียงพอ แต่รู้วิชาหมอดูซึ่ง  ผู้ที่จะให้ฤกษ์ยามระบบนี้กันได้มีเฉพาะผู้ที่ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทย และ/หรือโหราศาสตร์ภารตะอินเดียเท่านั้น เพราะวิชานี้มีประสบการณ์การสืบทอดมามากกว่า 6000 ปี มีการตรวจสอบสอบทานหลักวิชามาโดยตลอด

ส่วน วิชาโหราศาสตร์สากล หรือโหรตะวันตก อันนี้ผมก็ไม่รับรอง แต่อาจจะให้วันดีวันมงคลที่สมพงษ์แก่เจ้าชะตาได้บ้าง แต่ก็ไม่มีหลักวิชาที่ให้ฤกษ์ที่เป็นระบบ 

วิชาโหราศาสตร์ยูเรเนียน อันนี้มีประวิติเพิ่งเกิดมาเพียง 100 กว่าปี ปูมโหรที่บันทึกไว้ไม่เพียงพอไม่น่าจะสามารถให้ฤกษ์ยามได้ แต่ อาจจะให้วันดีวันมงคลที่สมพงษ์กับเจ้าชะตาได้บ้างแต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ถูกต้องเพราะมีปูมโหรเพียง100 ปี แต่โหราศาสตร์ภารตะมีมานานกว่า 6000 ปี

โหราศาสตร์จีนที่ให้ฤกษ์ยามได้ดีเทียบ เท่ากับโหราศาสตร์ไทยนั้นก็คือ"หลักวิชาชีเจิ้งซื้ออวี"七政四餘 หรือกว๋อเล่าซิงจง ﹐果老星宗เท่า นั้น ที่มีการคำนวนด้วยระบบดาราศาสตร์และ ระบบ 28 นักษัตรและใช้คัมภีร์แม่บทของอินเดียโบราณผสมผสานกับหลักวิชาของลัทธิเต๋า ซึ่งในเมืองไทยไม่มีใครได้รับการสืบทอดวิชานี้หรืออาจจะมีบ้างแต่ไม่ได้เผย แพร่กันอย่างแพร่หลาย เหมือนโป๊ยยี่

ส่วนวิชาโป๊ยยี่สี่เถียวก็จะเทียบเท่าวิชาเลข7ตัว9ฐานของไทย  ความละเอียดในเรื่องการให้ฤกษ์ยามก็จะลดหลั่นกันลงไป

ส่วนวิชาหมอดูวิชาอื่นๆก็อาจให้วันดีและวันมงคลได้เท่านั้น "แต่ไม่สามารถให้ฤกษ์ยามได้ หรือวันที่สมพงษ์กับดวงชาตาใดใดได้"

2.ร่างทรงต่างๆ อ้างว่ารู้ฤกษ์ยามได้จากญาณทิพย์ อันนี้ตรวจสอบได้ยาก และส่วนมากก็ไม่ถูกต้อง ในคัมภีร์กล่าวว่า วิชาโหรฯเป็นวิชามาจากพระเวท ของพราหมณ์  ซึ่งได้รับการประทานมาจากพระพรหม ลงสู่โลกมนุษย์(ให้กับพราหมณ์) เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ได้รับผลดีจากพลังงานจากจักรวาล และเทพส่วนมากเองก็ไม่รู้อะไรไปทั้งหมด และก็ไม่ต้องไปกล่าวถึงพวกสัมภเวสีต่างๆที่มาแฝงร่างมนุษย์  แม้แต่ในพระสูตรก็กล่าวไว้ดังนี้ .........

จากอรรถกถา มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร
"นิมิต ทั้งหลายมีลูกอุกกาบาตตก แผ่นดินไหว และจันทรคราสเป็นต้น จะปรากฏเฉพาะผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ในโลก เช่นพระราชา อำมาตย์ชั้นผู้ใหญ่เป็นต้นเท่านั้น ไม่ปรากฏแก่สามัญชนทั่วไปฉันใด บุพนิมิต ๕ ก็ฉันนั้นจะปรากฏเฉพาะเหล่าเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่เท่านั้น ไม่ปรากฏแก่เทพทั่วไป. ก็ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย โหรเป็นต้นเท่านั้น จึงจะรู้บุพนิมิตทั้งหลาย คนทั่วไปไม่รู้ฉันใด หมู่เทพทั้งหลายก็ฉันนั้น เทพทั่วไปแม้เหล่านั้นย่อมไม่รู้ จะรู้ก็เฉพาะเทพที่ฉลาดเท่านั้น".


3.ปฎิทินแขวนที่จำหน่ายหรือแจกในท้อง ตลาดแล้วมีบรรยายว่าวันนี้ดีวันนั้นไม่ดี หรือวันนี้วันธงไชย ฯลฯ อันนี้ก็หยาบมากเกินไป และก็ใช้เป็นหลักในการคำนวนฤกษ์ยามไม่ได้ และไม่สามารถคำนวนว่าสมพงษ์กับเจ้าชาตาหรือไม่ อีกทั้งคำนวนด้วยดิถีตลาดทำให้คลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงทางดาราศาสตร์

4.ปฎิ ทินโหราศาสตร์ไทยประจำปี อันนี้ก็ต้องดูให้ละเอียดมีหลายเจ้า หลายสำนัก เพราะโหรบ้านเราคำนวนกันคนละระบบปฎิทิน มีความแตกต่างคลาดเคลื่อนกันเป็นจำนวนมาก และคำนวนไม่ตรงกับความเป็นจริงทางดาราศาสตร์บนท้องฟ้า ผิดฤกษ์ ผิดดิถี ฯลฯ ก็เห็นกันบ่อยๆ บางปีทำเอาเสียกันทั้งระบบ คำนวนวันเข้าพรรษาผิดไป 1 วันทำเอาพระสงฆ์ศีลวิบัติกันทั้งประเทศ  หากไม่เชื่อลองอ่านบทความนี้ครับ...ปฎิทินคลาดเคลื่อนใครผิดใครถูก?

ความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องฤกษ์ยาม

ปัจจุบันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป การเคร่งครับในขนบประเพณีโบราณที่เกี่ยวข้องกับฤกษ์ยามเริ่มที่จะสูญหายไป เรื่อยๆ อีกทั้งผู้คนทั้งหลายขาดความเชื่อถือในเรื่องฤกษ์ยามว่าเป็นเรื่องมงาย ไร้สาระและเหลวไหล ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ และไม่เกิดผลดีตามที่กล่าวอ้าง ฯลฯ ก็เลยไปใช้ฤกษ์สะดวกกันเอาเอง  ทั้งนี้ก็เพราะสาเหตุดังนี้

1.คนทั่วไปมักเข้าใจสับสนว่าฤกษ์ยามของหมดดูต่างๆนั้นเป็นสิ่งเดียวกันหรือระบบเดียวกันทั้งหมด ไปหาหมอดูที่ไหนก็ได้ฤกษ์เหมือนกัน

2.ไม่เข้าใจว่าฤกษ์ยามมีการแบ่งสายวิชา คือ

2.1ฤกษ์ยามของชาวบ้าน เช่น อาจารย์ แต่ละท้องถิ่น แต่ละหมู่บ้านรับสืบทอดวิชากันมาตามสายบรรพบุรุษ หรือใช้ตำราพรหมชาติเป็นหลักในการให้ฤกษ์  ซึ่งไม่น่าเชื่อมากนัก

2.2ฤกษ์ยามของหมอดู เป็นหลักวิชาของครูอาจารย์แต่ละสำนัก เช่นวิชาเลข 7ตัว 9 ฐาน วิชาดวงพม่า ดวงมอญ หรือวิชาหมอดูสายอื่นๆ แบบที่ 2.1 และ 2.2  ส่วนมากจะอาศัยการคำนวณจากเดือน อ้าย ยี่ สาม สี่ หรือ วันขึ้นแรม เช่น ขึ้น 1 ค่ำแรม 2 ค่ำ ปีเกิด เช่น ชวดฉลูขาล ฯลฯ ชง ฮะ  วันเกิด  เช่น วันอาทิตย์ จันทร์ เป็นหลักในการคำนวณ ซึ่งได้ผลดีบ้างไม่ได้ผลดีบ้าง  เพราะหลักวิชายังค่อนข้างหยาบ จึงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวของครูอาจารย์ท่านนั้นๆ จึงจะสามารถให้ฤกษ์ยามที่ดีและถูกต้องได้  ไม่ใช่ว่าใครใช้วิชาเดียวกันและจะสามารถให้ฤกษ์ยามได้เหมือนกัน

2.3และฤกษ์ยามของโหรฯ เป็นวิชาที่ได้รับการสืบทอดมาจากวิชาโหราศาสตร์อินเดียโบราณมานับพันๆปี แม้ทุกวันนี้ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมาพัฒนาเป็นวิชาโหราศาสตร์ไทย สิบลัคนา โหราศาสตร์อื่นๆที่ใช้หลักการคำนวณทางดาราศาสตร์ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้อาศัยหลักปรัชญา หลักศาสนาและดาราศาสตร์ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยได้รับการยอมรับจากราชสำนักและบุคคลชั้นสูง มีหลักการที่เป็นหนึ่งเดียวกันแทบจะทั้งหมด มีการคำนวณด้วยหลักวิชาทางคณิตศาสตร์ชั้นสูง ใช้ ตรีโกณมิติ Sin Cos tanมาตั้งแต่ 5000 ปีที่แล้ว การคำนวณการโคจรของโลกและดาวเคราะห์(Planet) ที่ถูกต้องใกล้เคียงกับการคำนวณทางดาราศาสตร์ปัจจุบันมาตั้งแต่โบราณมาจน ปัจจุบัน และพลังงานรังสีต่างๆที่ส่งอิทธิพลมายังโลก  มีการคำนวณพลังงานของดาวฤกษ์ต่างๆทั้ง 27 กลุ่ม(Fixed Star)ที่อยู่รายล้อมสุริยะจักรวาล  ว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตและโชคชะตาของมนุษย์อย่างไร  มีการคำนวณการเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เช่นการเกิดคราส ได้ถูกต้องแม่ยำมาตั้งแต่ 5000 ปีที่แล้ว แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ก็ยังทรงใช้หลักวิชาทางโหราศาสตร์ และดาราศาสตร์สมัยใหม่มาคำนวณปรากฎการณ์การเกิดสุริยุปราคาที่หว้ากอ  เป็นหลักวิชาที่ได้ผลดีที่สุดและละเอียดที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าช่วงนั้น มีฤกษ์ดีที่ให้ผลดีได้กี่เปอร์เซ็นต์ และสมพงษ์เจ้าชะตากี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะให้ได้ดี 100 เปอร์เซ็นต์ตามหลักวิชานั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้ 50 เปอร์เซ็นต์ตามหลักวิชาก็ถือว่าได้ผลดีมากมายมหาศาลแล้ว  บางครั้งต้องหาฤกษ์ล่วงหน้านานนับเดือนนับปี เช่นการวางฤกษ์ดวงเมืองกรุงเทพฯ ใช้พราหมณ์ ที่เชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์ 8 ท่านช่วยกันคำนวณผูกดวงฤกษ์ไว้ล่วงหน้าก่อนถึง 3 ปี ถึงทำให้ประเทศรอดจากการครอบครองของมหาอำนาจมาได้และรักษาอธิปไตยมาได้เพียง ประเทศเดียวในเอเชีย แม้กระนั้นก็ยังต้องเสียดินแดนบางส่วนไป ส่วนวิชานี้ใช้หลักการเดียวกันเกือบจะทั้งหมด และไม่ว่าใครหากได้เรียนทฤษฎีและมีประสบการณ์มากเพียงพอแล้วก็จะสามารถให้ ฤกษ์ยามได้ ถูกต้องใกล้เคียงกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก ซึ่งทางผมได้ใช้หลักวิชานี้ในการให้ฤกษ์ยาม

2.4ฤกษ์ยามที่เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้านทั่ว ไปที่สืบต่อกันมาตามแต่ละท้องถิ่นโดยไม่มีหลักวิชาใดใดมาอ้างอิง เช่น ทำการมงคลต้องทำข้างขึ้นเท่านั้น ข้างแรมไม่ได้  จะต้องวันที่ 9 เท่านั้น วันที่ 4 ไม่ได้ เพราะเลขไม่ดี หรือต้อง 9 โมง 9นาที หรือเกิดวันอังคารก็ต้องทำการมงคลในศุกร์วันเป็นต้น  ซึ่งหลักนี้นับว่าไม่น่าเชื่อถือมากที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่มีหลักวิชาใดใดมารองรับ

3.ไม่เข้าใจว่าวิชาการพยากรณ์ ยังแบ่งเป็น

3.1 ภาคคำนวณ สำหรับคำนวณดวงชาตาตามหลักวิชา  การทำปฎิทินต่างๆ การคำนวณวันขึ้นแรม วันเถลิงศก   ฯลฯ

3.2 ภาคพยากรณ์ สำหรับการพยากรณ์ดวงชาตาว่าดีร้ายๆต่างๆ

3.3 ภาคการให้ฤกษ์ สำหรับการให้ฤกษ์ยามมงคลแก้ไขดวงชาตา และความเจริญรุ่งเรืองไปในภายภาคหน้า ใช้สำหรับกิจการสำคัญๆ เช่นการสร้างบ้าน สร้างเมือง การแต่งงาน ฯลฯ

ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้เป็นคนละอย่างกัน และภาคการให้ฤกษ์ยากและละเอียดที่สุด  แต่มักมีเข้าใจผิดว่าหมอดูคนไหนทายแม่น การให้ฤกษ์ยามก็จะถูกต้องแม่นยำไปด้วย สรุปว่าฤกษ์ยามที่คนทั่วไปทุกวันนี้ยังเข้าใจสับสนและใช้กันไม่ถูกต้อง  เมื่อมีการเข้าใจผิดอย่างนี้ การใช้ฤกษ์ก็มีความผิดพลาดอย่างมากมายมหาศาล ก่อให้เกิดผลร้ายและวิบัติตามติดกันมา จนผู้คนหมดความเชื่อถือในเรื่องของฤกษ์ยามว่าไม่เป็นความจริง

หากสงสัยเรื่องฤกษ์ยาม กรุณาอ่านบทความนี้ครับ กฏเกณฑ์การให้ฤกษ์


คำถามเกี่ยวกับฤกษ์ยาม

1.ถาม การจัดงานมงคล เช่น สมรส ขึ้นบ้านใหม่ ยกเสาเอก ฯลฯ ห้ามจัดในช่วงเข้าพรรษา ต้องออกพรรษาก่อน ใช่หรือไม่

ตอบ อันนี้เป็นธรรมเนียมชาวบ้านในสมัยก่อนครับไม่เกี่ยวกับฤกษ์ยาม การคมนาคมไม่สะดวกเพราะพระสงฆ์จะเดินทางไปประกอบศาสนกิจ หรือไปสวดมนต์ขึ้นบ้าน งานแต่ง ฯลฯ ในระยะทางไกลๆ  ต้องข้ามวันข้ามคืน หรือไปแล้วกลับวัดไม่ทัน ในช่วงเข้าพรรษานั้น ผิดวินัยสงฆ์ครับ ก็เลยห้ามจัดงานในช่วงเข้าพรรษา ส่วนชาวบ้านเองก็จะได้ทำทำงานปลูกข้าว ทำไร่ไถนากันได้เต็มที่ และก็ไม่ต้องเดินทางไปช่วยงานมงคลของญาติพี่น้องที่อยู่ไกลๆ หากไปเสียหลายๆวัน ข้าวกล้าในนาก็จะเสียหาย

2.เวลาฤกษ์จะต้องตกเลข 9 จึงจะเป็นมงคล ใช่หรือไม่

ตอบ ไม่เกี่ยวกับฤกษ์ยามครับ เป็นเพียงความเชื่อ

3.วันทำการมงคลต้องเป็นวันพฤหัสบดีเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ  ไม่จำเป็น เพราะบางปีวันพฤหัสกลายเป็นวันโลกาวินาศก็ทำการมงคลใดใดไม่ได้ ต้องดูอย่างอื่นประกอบอีกมาก

4.เกิดวันจันทร์ห้ามทำการวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีวันเกิด ใช่หรือไม่

ตอบ อันนี้เป็นทักษาที่หมอดูชอบใช้กัน โหราศาสตร์ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง นัยว่าใช้ประกอบการพิจารณาเล็กๆน้อย ไม่สำคัญ ซึ่งหลักวิชาโหรมีกลวิธีวางฤกษ์ในการสลายผลร้ายต่างๆของทักษาได้อยู่แล้ว

5. เกิดวันอังคารต้องทำการมงคลวันศุกร์ที่เป็นคู่มิตรกันเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นหลัก ดาวคู่มิตร-ศัตรูของวิชาหมอดูครับ วิชาโหรไม่เน้นหลักนี้เลย

6.ห้ามทำการมงคลวันดาวร้าย เช่า เสาร์ อังคาร ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นหลักทั่วไปของโหรและหมอดู แต่วิชาโหรสามารถใช้ฤกษ์ของจันทร์ในการสลายผลร้ายของวันเสาร์-อังคารได้

7.ทำการมงคลต้องใช้ข้างขึ้นเท่านั้น ห้ามใช้ข้างแรม ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้าน เพราะข้างขึ้น-ข้างแรม ล้วนมีวันดีและไม่ดีสลับกันไป

8.ทำการมงคลต้องทำก่อนเที่ยงเท่านั้น ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้าน ต้องต้องทำก่อนพระฉันเพล เพื่อที่จะได้ถวายเพลพระไปด้วยจะได้เป็นกุศล ไม่เกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์

9.ปีชง ห้ามทำการมงคลในปีนี้ ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นวิชาหมอดูแบบจีนซึ่งการดูแค่ปีชงหยาบเกินไป เพราะยังมีวัน ชง เวลา ชง เดือนชงอีก ฉะนั้นปีชงสามารถทำการมงคลได้ เพียงต้องตรวจดู เดือน วัน เวลา ประกอบด้วย  อีกทั้งการนับปีนักษัตร เช่น ปีชวด ฉลูของไทย กับจีน นับต่างกัน  ของไทยเริ่มนับใหม่ในช่วง สงกรานต์ และ/หรือ วันเถลิงศก และ/หรือ เดือน 1 ไทย  และ/หรือ เดือน 5 แล้วแต่ครูอาจารย์บางสำนัก ส่วนของจีนนับจากสารทลิบชุน (ใกล้ๆตรุษจีน)

10.วันสำคัญๆเป็นวันดีวันมงคลด้วยหรือไม่ เช่นวันสงกรานต์ วันเกิดตัวเอง วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ ใช่หรือไม่

ตอบ เป็นเพียงความเชื่อ ไม่เกี่ยวกับวิชาโหรฯใดใดๆ อีกทั้งวันเหล่านั้นบางบีก็มีดีและไม่ดี

11.การออกรถใหม่ต้องดูสีรถ เลขทะเบียนที่ถูกโฉลกหรือไม่

ตอบ ตามหลักวิชาโหร เรื่องสี และเรื่องตัวเลข มีผลน้อยมาก ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ การให้ผลดีร้ายนั้นมากจากดวงฤกษ์ 99 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสีและอื่นๆมีผลน้อยมาก แต่วิชาหมอดูมักจะถือว่าเรื่อสีและตัวเลขเป็นเรื่องใหญ่ เพราะวิชาหมอดูคำนวนฤกษ์โดยใช้หลักดาราศาสตร์ไม่ได้ วางลัคนาไม่ได้ หากเราจะดูว่าสีไหนถูกโฉลก ก็คือสีที่เราชอบนั่นเอง เช่นคุณชอบสีขาวแต่เกลียดสีดำ ผมบอกว่าคุณต้องใช้รถสีดำเท่านั้นจึงจะถูกโฉลกห้ามใช้สีขาว  คุณก็ขับไปทุกข์ไป อย่างนี้จะเรียกว่าถูกโฉลกได้อย่างไร

รวมคำถามตอบเรื่องฤกษ์ยามจะมีอัพเดทเรื่อยๆนะครับ โดยผมจะทำเป็นลิงค์ไว้ที่นี่ครับ คลิ๊กเลย

หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวนกำลังดาวเคราะห์และเรือนชาตาโดยคลิ๊กที่นี่

 

 

การดูฤกษ์โดยเฉพาะฤกษ์แต่งงานทีเป็นแบบที่ดีที่สุดของไทยและจีนรวมกัน ไม่สามารถทำแบบสุกเอาเผากินได้ เพราะหากคู่สมรสมีปัญหาเกิดการอย่าร้างหรือวิบัติอันใดเกิดขึ้น โหรผู้ให้ฤกษ์ก็ต้องรับผลกรรมที่ให้ฤกษ์ผิดๆไปด้วย อันนี้ครูอาจารย์ท่านได้สาปแช่งเอาไว้ สำหรับโหรผู้ให้ฤกษ์แบบเห็นแก่ลาภสักการะ และให้ฤกษ์แบบสุกเอาเผากิน .

ในใบฤกษ์มีจำนวน 2 แผ่น และได้ระบุในใบฤกษ์มีจำนวน 2 แผ่น และได้ระบุฤกษ์ดังนี้

1.เวลาสู่ขอ  ไทย+จีน ธรรมเนียมเหมือนกัน

2.เวลารดน้ำสังข์ประสาทพร(แต่งงาน)  ของจีนจะเป็นฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวไปถึงบ้านเจ้าบ่าว หลังจากนั้นก็จะยกน้ำชา

3.ฤกษ์จดทะเบียนสมรส (จดทะเบียนนอกสถานที่สามารถไปทำเรื่องที่อำเภอหรือเขตก่อนล่วงหน้าจะมีเจ้าหน้าที่จะมาจดทะเบียนให้เราถึงในงาน) หากไม่ต้องการจดทะเบียนให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย

4.และฤกษ์ปูลาดเรียงหมอน(ฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวเข้าเรือนหอ) ส่วนจีนจะไม่มี

ของจีนจะเป็นฤกษ์ปูเตียง ซึ่งเชิญให้ผู้ใหญ่มาปูเตียงให้ก่อนทำพิธีแต่งงาน  อาจจะเป็นก่อนแต่งหลายๆวัน

5.ฤกษ์ทำผมเจ้าสาว เป็นธรรมเนียมจีน

6.ฤกษ์ตัดชุดเจ้าสาวเป็นธรรมเนียมจีน ปัจจุบันเราเช่าชุดเจ้าสาวมาก็จะให้เอาผ้าชิ้นเล็กๆมาตัดตามฤกษ์แล้วเย็บติด เข้าไปกับชุดเจ้าสาวนั้น เพื่อเป็นศิริมงคล

 

ในการดูฤกษ์ยามแต่งงานไม่ใช่เป็นเรื่องพิธีกรรมแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นเป็นเพียงรูปแบบ แต่ประเด็นหลักของการใช้ฤกษ์ยามในทางโหราศาสตร์ในสัญลักษณ์แห่งพิธีกรรมก็คือเป็นหลักประกันที่สำคัญที่สุด ที่จะการประกันชีวิตสมรสได้ว่า การสมรสนั้นจะมั่นคงราบรื่น ฐานะมั่นคง ไม่มีปากเสียงและเกิดการทะเลาะวิวาทในคนทั้งสอง ไม่เกิดการอย่าร้าง

 

ในการพิจารณาฤกษ์ยามในระบบโหรพรามณ์หรือโหราศาสตร์ภารตะนี้ มีการพิจารณาในรายละเอียดลึกซึ้ง มีการประเมินผลมาตลอดระยะเวลา 5000 ปี แต่หากดูจากโหราศาสตร์ระบบอื่นๆ อาจจะหาฤกษ์ได้ง่ายกว่านี้ แต่ก็มีผลเสียตามมามากมาย โดยเฉพาะความสุขในชีวิตสมรส มีการอย่าร้างตามมามากมาย นี่อาจจะเป็นเพราะใช้ฤกษ์สะดวกหรือใช้ฤกษ์ยามแบบสุกเอาเผากิน

หากในดวงชาตาของคุณหาฤกษ์แต่งงานได้ยาก (ในบางคู่) อาจจะทำให้การคำนวนล่าช้าไปมากเนื่องจากการคำนวนฤกษ์แต่งงานนอกจากจะต้องทำตามกฏเกณฑ์การให้ฤกษ์ที่สลับซับซ้อนมากอยู่แล้วต้องมาเพิ่มกฏเกณฑ์เฉพาะในการแต่งงานเข้าไปอีก เช่น

เมื่อจันทร์โคจร ไปสถิตฤกษ์ทั้ง 27 ฤกษ์ ยังต้องดูอีกว่ากฎข้อห้ามเพิ่มเติมอีก

1.ห้ามวันเสาร์ วันพุธ วันอังคาร

2.ห้ามวันแรมตั้งแต่ 11 ค่ำขึ้นไป ห้ามริกตะดิถีคือขึ้นแรม 8,12และ 6ค่ำ

3.ห้ามวันพระจันทร์ดับ อมวาสี วันที่ดาวเคราะห์ดับ วันที่มีคราส ฯลฯ

4.ห้ามวันที่มีดิถีร้าย เช่น วันดิถีมหาสูญ ฯลฯ

5.ห้ามวันที่ มีกรณะร้าย (คำนวนจากองศาพระอาทิตย์และจันทร์) ห้ามวิษฎิกรณะอย่างเด็ดขาด

6.ห้ามเวลาที่มีโยคร้าย (คำนวนจากเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น-ตก แล้วนำมาเฉลี่ย 8 ส่วน) ห้ามโยค วยาธิปัฎ ธรุว คัณฑ วัชร ศูละ วิษฎัมภะ วยาฆาต และปริฆะ

7.ห้ามวัน ขึ้นแรม 7 คำ ต้องอัคนิโรธณ์

8.ในดวงฤกษ์ต้องไม่มีคุชะโทษ (อังคารอยู่ในเรือที่ 8 ศุกร์ในเรือนที่ 6)  แสดงถึงการอย่าร้าง

9.ในดวงฤกษ์ดาวจันทร์ต้องไม่ร่วมกับดาวเคราะห์ใดใด แสดงถึงความไม่มีความสุขในชีวิตสมรส

10ในดวงฤกษ์เรื่อนที่ 7 ตัองว่าง ไม่มีดาวเคราะห์สถิตย์ แสดงถึงการทะเลาะวิวาท

11 ในดวงฤกษ์ต้องไม่มีปาปเคราะห์ร่วมลัคน์ แสดงถึงความทุกข์ยากขัดสน

12 ตรวจสอบดาราพละ และปัญจก ให้สมดุลย์ เพื่อลบล้างผลร้ายในดวงชาตาของทั้งสอง

13.ยกเว้นนักษัตรทำลาย เช่น เชษฐนักษัตร เป้นเหตุให้เกิดผลร้ายแก่ดวง ชาตาของพี่น้องสามี นักษัตรมูลละ เป็นเหตุให้บิดา มารดาของสามีตาย อัสษิเลษะ เป้นเหตุให้มารดาของสามีตาย วิศาขะทำลายน้องชายสามี มูละทำลายบิดามารดาของทั้งสองฝ่าย

14.พิจารณามหากูฎะเพื่อความปรองดองในการสมรส

14.1 ทินะกูฎะ หาความปรองดองในชีวิตคู่

14.2คณะกฏะ หาความปรองดองในเรื่องอารมณ์และนิสัยของคู่สมรส

14.3มาเหนทรกูฏะ แสดงถึงความมีสวัสดิภาพและอายุยืนของทั้งคู่

14.4สตรีทีรฆกูฎะ แสดงถึงมิตรไมตรีที่มีต่อกัน

14.5 โยนิกูฏะ แสดงถึงความสอดคล้องกันในเรื่องเพศ และกามารมณ์

14.6ราศีกูฎะ แสดงถึงความสุขในชีวิตคู่ และความเจริญรุ่งเรือง

14.7เคาราห์ไมตรีกุฎะ แสดงถึงจิตใจและอารมณืของคุ่สมรส การเอื้ออาทร ความมีน้ำใจให้กัน

14.8วัศยะกูฎะ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อกัน การปฎิบัติต่อกันตามฐานะ

14.9รัชชุกูฎะ แสดงถึงความมั่นคงหรือระยะเวลาของชีวิตสมรส

14.10 เวธกูฎะ แสงถึงการให้โทษซึ่งกันและกัน เบียดเบียนกัน

14.11 วรรณะกูฎะ  แสดงถึงความถือตัวเย่อหยิ่งต่อกันในชีวิตคุ่

14.12นิทิกูฎะ แสดงถึงเชื้อสายและกรรมพันธ์ ที่สมดุลยกันในคู่สมรส

 

ดังนั้นเมื่อพิจารณากฎเกณฑ์ข้อห้ามต่างๆทั้งหมด ก็เหลือเพียงวัน-สองวันใน 1ปี นี่เป็นเพียงตัวอย่างคร่าวๆ ในการคำนวน เมือ่ผสมกับการคำนวนทั้งหมด การละเว้นผลร้ายต่างๆ ทำให้ฤกษ์สมรส หาได้ยากอย่างยิ่ง ในชีวิตๆหนึ่งสามารถแต่งงานได้เพียงครั้งเดียว การให้ความสำคัญในพิธีการและฤกษ์ยามในการสมรส  ก้ย่อมที่จะส่งผลอำนวยให้เกิดสวัสดิมงคลตามปรารถนา


สำคัญมากกรุณาอ่านเพื่อทำความเข้าใจก่อน

1.เนื่อง จากวิชาการให้ฤกษ์ของโหรพราหมณ์หรือโหรหลวง  จะไม่เหมือนกับฤกษ์ของชาวบ้านที่ไปเปิดปฎิทินฤกษ์ยามดูแล้วก็ให้ฤกษ์ โดยไม่คำนวณความสัมพันธ์ของดวงชาตาอย่างนี้อันตรายมาก หากได้ฤกษ์แล้วกรุณาอย่าไปเทียบกับปฎิทินโหราศาสตร์ที่วางขายทั่วไปตามท้องตลาด หนังสือชนิดนี้ต้องให้โหรเป็นผู้ใช้เพื่อกำหนดฤกษ์เท่านั้น ชาวบ้านทั่วไม่สามารถนำไปอ่านแล้วไปให้ฤกษ์กันได้ (หากไม่เคยเรียนวิชาโหรมาก่อน)   จะอันตรายและวิบัติแก่ผู้ใช้ฤกษ์ เพราะ ที่บอกว่าวันดีในปฎิทินและทำการมงคลได้ “ไม่แน่เสมอไปนะครับ” เพราะบางคนนำไปใช้ก็วิบัติเพราะดวงไม่สมพงษ์กับฤกษ์ในวันนั้นๆ ฉะนั้นจะต้องสอบทานฤกษ์กับพื้นดวงชาตาก่อนเท่านั้นจึงจะหาฤกษ์มงคลเฉพาะชาตา แต่ละคนได้ และฤกษ์นั้นก็จะส่งเสริมให้เจ้าชาตาประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง แก้ไขอุปสรรคในชีวิตได้

ส่วน ปฎิทินที่วางขายตามท้องตลาดมีหลายๆเจ้า รับรองว่า ไม่มีวันฤกษ์ดีวันไหนที่ตรงกันเลยสักวัน บางเล่มว่าวันนี้ดี ต่บางเล่มว่าร้าย แล้วท่านจะเชื่อใครดี?  และหากไปดูฤกษ์ยามแบบจีน+ไทย ผสมกัน รับรองว่าจะไม่มีวันดีที่ตรงกันเลยแม้สักวัน  และหากไปขอฤกษ์จากอาจารย์ท่านไหนแล้วท่านมาแค่เปิดปฎิทินพลิกๆดูแล้วก็ให้ ฤกษ์ โดยไม่คำนวณพื้นดวงชาตาเจ้าของงานประกอบด้วยแบบนี้อันตรายที่สุด วิบัติเอาได้ง่ายๆทั้งอาจารย์และผู้ไปขอฤกษ์ เพราะผิดครู  ถือว่าอาจารย์ท่านนั้นไม่เป็นเรื่องฤกษ์ยามเลยแม้แต่น้อย

อีก อย่างก็คือเรื่องกาลโยคที่ระบุเอาไว้ในปฎิทินทั่วไปเช่น วันนี้เป็นวันอุบาทว์ วันโลกาวินาสน์ วันธงชัย วันอธิบดี วันกาลิกิณี ฯลฯท่านต้องเข้าใจว่า กาลโยคนี้คำนวณจากยาม ไม่ใช่ว่าวันนี้เป็นวันอุบาทว์ทั้งวันอย่างนี้ไม่ใช่นะครับ มีเป็นบางยามเท่านั้น หรือวันนี้เป็นวันธงชัยทั้งวันก็หาไม่ ก็เป็นบางยาม ดังนั้นวันที่บอกว่าเป็นวันอุบาทว์ วันโลกาวินาสน์ก็สามารถที่จะให้ฤกษ์ที่ดีได้ แต่ในทางกลับกันวันที่เป็นวันธงชัย วันอธิบดีก็ไม่ได้ดีทั้งวัน ก็มีฤกษ์ร้ายในบางยามอยู่เช่นกัน

ส่วนความเชื่อที่ว่าคนเกิดวันศุกร์ห้ามทำการมงคลวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูกัน หรือ คนเกิดวันอังคาร ห้ามทำการมงคลวันอาทิตย์ วันพุธ ห้ามทำการในวันศุกร์ วันพฤหัสบดีห้ามวันจันทร์  อันนี้ไม่ใช่หลักการให้ฤกษ์ทางวิชาโหราศาสตร์ เป็นเพียงวิชาหมอดูที่นำหลักดาวคู่มิตร-ศัตรูทางโหราศาสตร์มาผสมเป็นหลักการ ให้ฤกษ์ของวิชาหมอดูทั่วไปซึ่งหยาบมากและเป็นอันตรายแก่ผู้ที่เชื่อหลักการ นี้ เพราะหากคนเกิดวันศุกร์ไม่ถูกกับวันเสาร์แล้ว แสดงคนเกิดวันศุกร์ก็ต้องโชคร้ายในทุกๆวันเสาร์ คนเกิดวันศุกร์ก็คบกับคนวันเสาร์ไม่ได้ หรือรักกันไม่ได้  ซึ่งเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นความเชื่อที่บิดเบือนหลักโหราศาสตร์อย่างยิ่ง  ส่วนมากหมอดูชอบนำไปใช้กัน

2.หาก ฤกษ์ที่ได้ไปมีคนชอบทักว่าวันนี้ไม่ดี วันนั้นดีกว่า หรือเช่นว่าทำเอาเอาวันข้างแรมไม่เอาข้างขึ้น  ทำไมเอาเดือนคี่ไม่เอาเดือนคู่ ทำไมเอาวันเป็นคู่ศัตรูกัน ทำไมเอาวันเป็นกาลกินีกับวันเกิด ทำไมเอาวันเสาร์-อังคาร ทำไมเอาวันโลกาวินาศ และทำไมไปทำพิธีตอนเย็น ไม่ทำตอนเช้า  ให้อ่านบทความนี้ครับ “คำถามสำหรับคนชอบทักว่าฤกษ์ไม่ดี”

3.หากสงสัยเรื่องฤกษ์ยามของวิชาโหรพรามณ์หรือโหรหลวง ว่าคำนวณมาได้อย่างไร ใช้วิธีอะไรในการคำนวณ และแต่งต่างจากฤกษ์ชาวบ้านอย่างไร กรุณาอ่านบทความ”กฏเกณฑ์การให้ฤกษ์”นี้ครับ

4.รวมคำถามตอบเรื่องฤกษ์ยามจะมีอัพเดทเรื่อยๆนะครับ โดยผมจะทำเป็นลิงค์ไว้ที่นี่ครับ คลิ๊กเลย

5.หากสงสัยว่าวิชาโหรฯมีการคำนวนดวงชาตาของฤกษ์ยามที่ละเอียดซับซ้อนและแตกต่างจากวิชาอื่นๆอย่างไร กรุณาอ่านบทความ โหราวิทยา บทที่ 4 การคำนวนกำลังดาวเคาระห์และเรือนชาตาโดยคลิ๊กที่นี่

6.เรื่อง ที่คนทั่วไปไม่เคยรู้ “วิชาโหร”กับ “วิชาหมอดู” ไม่ใช่วิชาเดี่ยวกัน และต่างกันมากราวฟ้ากับดิน หากต้องการรู้ว่าต่างกันอย่างไร กรุณาอ่านบทความนี้ครับ “ความแตกต่างของวิชาโหรกับวิชาหมอดู”

******************************************************

 

วิธีการใช้ฤกษ์

การให้ฤกษ์โดยระบบโหราศาสตร์ภารตะหรือโหราศาสตร์แบบโหรพรามณ์ ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับโหราศาสตร์ไทยชั้นสูงที่ใช้กันในบุคคลชั้นสูงและการกำหนดพิธีกรรมในพระราชพิธีต่างของกษัตริย์ในสมัยโบราณ มีการคำนวนโดยวิธีการสลับซับซ้อนทางดาราศาสตร์และหลักการทางโหรซึ่งต่างกับโหราศาสตร์ระบบอื่นๆ  และกำหนดเป็นฤกษ์ยามเฉพาะตัวบุคคลนั้นๆในการทำการต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์เพียงเจ้าของฤกษ์คนเดียวเท่านั้น ผู้อื่นจะนำไปใช้ก็จะไม่เกิดผลดีตามฤกษ์ที่กำหนดไว้

 

บางคนชอบโทรมาถามว่าวันนี้เป็นวันดีไหม ผมตอบไม่ได้หรอกครับเพราะฤกษ์มีทั้งฤกษ์บนฤกษ์ล่าง ฤกษ์บนก็คือวันที่ดวงดาวบนท้องฟ้าให้พลังที่เป็นศุภผล เป็นวันดีก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถใช้ได้ทุกคน หรือวันนี้เป็นวันดีฤกษ์ดีแต่จะดีตลอดทั้งวันก็หาไม่ และหากไปคำนวนดูชาตากำเนิดของเรา(ฤกษ์ล่าง) ก็อาจจะขัดแย้งกับฤกษ์บน(ท้องฟ้า) ก็ทำการมงคลในวันนั้นไม่ได้อีก  ที่พูดวันว่าวันนี้วันดีก็มิใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะฉะนั้นเข้าใจไว้ว่าวันดีมีทุกวัน แต่ฤกษ์ที่ดีเหมาะกับเรานั้นอาจจะทั้งปีมีแค่วันเดียว ส่วนวันร้ายก็มีทุกวันเหมือนกัน แต่จะร้ายกับเราทุกวันก็ไม่ใช่ ฉะนั้นฤกษ์ยามก็คือการคำนวนพลังความสัมพันธ์ระหว่างดาวบนท้องฟ้ากับมนุษย์ที่อยู่บนดินให้สัมพันธ์กันนั่นเอง

1.       เมื่อได้ฤกษ์ยามได้กำหนดไว้แล้วให้เตรียมการล่วงหน้าแต่เนิ่นๆเพื่อจะได้ไม่ให้ผิดพลาด เพราะหัวใจของฤกษ์ยามก็คือ”เวลา” ที่เป็นศุภผล

2.       ในการให้ฤกษ์ผมจะคำนวนเวลาที่เหมาะสมกับดวงชาตาของท่านที่ดี่ที่สุดเพียงฤกษ์เดียวเท่านั้น บางคนพยายามขอหลายๆวันเผื่อเลือก ซึ่งฤกษ์ที่ให้แต่ละฤกษ์คำนวนด้วยความยากลำบากมาก เพราะผมคำนวนด้วยมือ ดวชาตาแต่ละดวงชาตา อย่างน้อยก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง และสอบทานฤกษ์ในกฏเกณฑ์อื่นๆอีกเป็นวันๆ  (ไม่ใช่ฤกษ์ประเภทเปิดหนังสือดูปฎิทินแล้วให้ฤกษ์อย่างที่เราคุ้ยเคยกัน ซึ่ง 5 นาทีก็ให้ฤกษ์กันได้แล้ว)

3. อย่างไรก็ตามการใช้ฤกษ์ชั้นสูงนี้มักจะมีเหตุที่ทำให้เจ้าการมักจะใช้ไม่ได้ตามเวลาที่กำหนดอยู่บ่อยครั้งอันเนื่องมาจาก ดวงฤกษ์ที่สูงเกินวาสนาของเจ้าการ(เจ้าของดวง) หรือเจ้าของดวงมีเหตุที่ถูกอุปสรรคขัดขวางจากเจ้ากรรมนายเวร หรือวิบากกรรมอื่นๆ ที่จะไม่ไห้ได้ผลสำเร็จตามฤกษ์นั้นๆ   เช่นว่า จะต้องออกรถในวันนี้ตามฤกษ์ แต่บังเอิญรถยังไม่เรียบร้อย ก็ออกรถในวันนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องระวัง


4.       การใช้เวลาตามฤกษ์ควรจะต้องคำนวนเวลาให้ตรงตามเวลาท้องถิ่นที่เป็นมาตรฐานสำหรับสถานที่นั้นๆ หรืออย่างน้อยนาฬิกาจะต้องตรง โดยเทียบจากเวลามาตรฐานของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ โดยโทรไปที่หมายเลข 1811

ซึ่งจะบอกเวลามาตรฐานประเทศไทย ซึ่งผมใช้เวลามาตรฐานประเทศไทยนี้คำนวนฤกษ์ ฉะนั้นจะต้องตรงกันทั้งสองฝ่าย

5.       เวลาจากดวงฤกษ์ที่ให้เป็นการคำนวนเวลาเริ่มต้นของฤกษ์ และจะสิ้นสุดฤกษ์ เช่นฤกษ์ที่กำหนดเป็นเวลา 09.11 น. -09.29 น. หมายความว่าหัวใจในการทำกิจกรรมนั้นๆจะต้องเริ่มต้นในเวลา 09.11 น.จนถึง 09.29 น. (ปกติผมจะให้เวลาเริ่มต้นและเวลาสุดฤกษ์เอาไว้ให้)  เช่นการลงเสาเอก จะต้องกระทำการยกเสาลงหลุมให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด หรือการลาสิกขาบท ต้องให้การสวดบทขอลาสิกขาเริ่มต้นภายในเวลานี้  หรือการเอาผ้าสังฆาฏิออกจากตัว(แล้วแต่กรณี) ส่วนการตั้งศาลก็ให้ถือเอาเวลาที่อัญเชิญเจว็ดเข้าประทับในศาลหรือการตอกไม้มงคลวางรากฐานเพื่อยกเสาของศาล(แล้วแต่กรณี)  ส่วนกิจกรรมอื่นๆให้เทียบเคียงเอาตามนี้  แต่การเปลี่ยนชื่อก็ต้องใช้ปฐมฤกษ์อย่างเดียวแล้วเริ่มดำเนินการยื่นเอกสารต่อไปตลอดจนเสร็จสิ้นกระบวนการก็ยังถือว่าอยู่ในฤกษ์

6.       ส่วนหากกิจกรรมนั้นๆต้องใช้ระยะเวลามากกว่านี้ก็จะต้องให้มีการทำกิจกรรมต่อเนื่องโดยไม่ขาดตอนหรือหยุดไปกลางคัน ก็ยังถือเวลาอยู่ในเวลาของฤกษ์ได้

7.       แผ่นดวงฤกษ์พิมพ์ออกมาจากไฟล์ที่ผมให้มา เมื่อใช้เสร็จแล้ว ให้ใส่กรอบหรือไว้ที่หิ้งพระเอาไว้บูชาถือว่าได้บูชาเสริมดวงชาตาและดวงฤกษ์ของเราให้เกิดผลดีตลอดไป หากไม่สามารถทำได้ให้ทำการเผาด้วยไฟเท่านั้น ห้ามนำไปทิ้งในถังขยะ

8.       การใช้ฤกษ์ให้เกิดผลดีและเกิดศุภผลตามที่ท่านต้องการ อย่างน้อยที่สุดท่านจะต้องสมาทานศีล 5 รักษากายวาจาใจให้บริสุทธิ์ และในขณะที่กระทำการตามฤกษ์นั้นๆ จิตใจจะต้องแน่วแน่มั่นคงไม่หวั่นไหว ห้ามมีอารมณ์โกรธเคือง โมโห หรือมีเจตนาจะไปประทุษร้ายต่อใคร จิตใจต้องไม่วอกแวก สับสน วิตกกังวล ฯลฯ   เมื่อทำได้ครบตามที่กล่าวแล้วดวงฤกษ์ก็จะมีอิทธิพลังเป็นศุภผลส่งผลเกิดผลดีให้แก่ดวงชาตา และเกิดความเจริญรุ่งเรืองสืบไป

9.       บางคนมักชอบว่ามาขอฤกษ์กับผมต้องรอนานมากๆกว่าจะได้ บางคนเป็นเดือน บางคน สามเดือน บางคนรอมาหลายเดือนก็ไม่มีฤกษ์จะให้            ต้องขอชี้แจงอย่างนี้ว่า โหราศาสตร์ระบบนี้ไม่เหมือนระบบอื่น โหรผู้ให้ฤกษ์ ต้องต้องดูฤกษ์สำหรับการให้ฤกษ์ก่อนเหมือนกัน ไม่สามารถทำแบบสุกเอาเผากินไม่ได้ โหรผู้คำนวนฤกษ์ก็ต้องตรวจดวงดาวบนท้องฟ้าก่อนว่าวันไหนเหมาะแก่การคำนวนฤกษ์ วันไหนห้ามคำนวนฤกษ์ เช่น วันสิ้นปี สิ้นเดือน สิ้นปีนักษัตร วันพระจันทร์ดับ พระจันเทร์เต็มดวง วันโกน วันพระ วันดาวดับบนฟ้า วันที่ดาวพุธโคจรวิกลคตพักรองศา(อันนี้อาจต้องรอเป็นเดือน) วันที่มีคราส (ภายในหน้าหลัง 7 -14 วัน) ก็คำนวนฤกษ์ไม่ได้  เมื่อได้วันแล้วก็ต้องอาบน้ำชำระร่างกาย จุดธูปเทียนบูชาพระ พ่อแม่ครูอาจารย์ ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ ก่อนทำการคำนวนดวงฤกษ์ทุกครั้งไป ฉะนั้นฤกษ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูชาตาและวาสนาของเจ้าชาตาก่อนด้วย

 

ความหมายของฤกษ์ทั้ง ๙ (Update)

หลายๆ ท่านเมื่อได้รับใบฤกษ์จากผม มักจะโทรมาถามบ่อยๆว่าฤกษ์ต่างๆที่อยู่ในใบฤกษ์ คืออะไร ดีอย่างไร ซึ่งตอนนี้จะได้อธิบายพอให้เข้าใจง่ายๆดังนี้


1. ทลิทโทฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่า ชนมะ (นักษัตรที่ ๑,๑๐,๑๙)
ทลิท โทฤกษ์ แปลว่า ผู้ขอ มีดาวเกตุเป็นดาวเจ้าฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ เพราะเป็นฤกษ์อันดับแรกของจักราศี และเป็นฤกษ์ประเภทบูรณะฤกษ์ หรือฤกษ์เต็มครบทั้ง ๔ บาทฤกษ์ ถือว่าจะให้ความราบรื่น ปราศจากอุปสรรคขัดขวาง จะทำการขอสิ่งใดก็ง่าย เช่น  การขอหมั้น ขอแต่งงาน ทวงหนี้ กู้ยืม ร้องทุกข์ การทำการใดๆ เพื่อให้ผู้อื่นสงสารกรุณา มีความเมตตา เกิดเสน่ห์ มหานิยม คนนิยมชมชอบ เปิดร้านขายของ  สมัครงาน ทำการใดๆ ที่ริเริ่มใหม่ คนที่ไม่รู้โหราศาสตร์มักไปแปลผิดๆว่าเป็นฤกษ์ยาจก ขอทาน คนเข็ญใจ ซึ่งไม่ถูกต้อง หากเป็นฤกษ์ขอทานแล้ว โบราณจะใช้ฤกษ์นี้เป็นฤกษ์สูขอลูกสาวชาวบ้านได้อย่างไร ใครจะยกลูกสาวให้ยาจกคนเข็ญใจ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ความจริงฤกษ์นี้เป็นฤกษ์ที่ให้คนเมตตา รักใคร่ ขออะไรก็ได้ แม้แต่ลูกสาวของคนอื่นซึ่งถือว่ามีค่ามากที่สุดของครอบครัวนั้นๆ ฤกษ์ นี้มีดาว เกตุ (๙) เป็นดาวเจ้าฤกษ์ จะให้คุณแก่ดวงฤกษ์ตามลักษณะและความหมายด้านดีของดาวเกตุ (เกตุนี้เป็นเกตุ คำนวณแบบอินเดีย ไม่ใช่ดาวเกตุแบบไทย)

ส่วนคนที่มีดวงชาตาเสวยฤกษ์นี้ เป็นคนที่มีเสน่ห์มีคนรักใคร่นิยมชมชอบ เป็นคนที่ชอบริเริ่มอะไรใหม่ๆ ชอบงานท้าทาย เป็นคนมีความสามารถสูง อาชีพเด่นคือ ค้าขาย ครู รับราชการ นักวิจัย งานเกี่ยวกับฟ้า อิเลคทรอนิกส์ ฯลฯ มีชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ชีวิตบั้นปลายจะมีความสุขมาก

2. มหัทธโนฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่าสมบัติ

มหัทธโนฤกษ์ แปลว่า คนมั่งมี ผู้รุ่งเรือง เศรษฐี มีดาวศุกร์เป็นดาวเจ้าฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น "บูรณะฤกษ์" เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การมงคลต่างๆ ทุกอย่าง เช่น ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ปลูกสร้างอาคาร ธุรกิจการเงิน ธุรกิจด้านบัญชี  การค้าอุตสาหกรรม เปิดห้างร้าน เปิดร้านค้าต่าง ร้านแลกเงิน ร้านขายทอง  ลาสิกขาบท สะเดาะเคราะห์ และ สารพัดงานมงคลที่ต้องการความร่ำรวยมีเงินทอง ทรัพย์สินมากมาย  ฤกษ์นี้มีดาวศุกร์เป็นดาวเจ้าฤกษ์ก็จะเด่นในเรื่องความรัก เพศสัมพันธ์ กิจการสถานบันเทิง ดนตรี ศิลปะ เสื้อผ้า ของแต่งกาย การตกต่าง งานออกแบบ ร้านอาหาร ธุรกิจด้านความงาม ร้านเสริมสวย ก็จะเด่นมากขึ้นไปอีก
สำหรับคนที่เกิดเสวยฤกษ์นี้จะ มีรูปร่างหน้าตาดี มีวาทศิลป์ เด่นในเรื่องงานทางด้านศิลปะ การออกแบบ ตกแต่ง ตนตรี มีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข ไม่ค่อยมีทุกข์ร้อน มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย

3. โจโรฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่า วิบัติ

โจโรฤกษ์ แปลว่าผู้ช่วงชิง (ไม่ใช่แปลว่า โจร ผู้ปล้น ผู้ลักขโมย) ผู้กล้าหาญมีอำนาจ ผู้ว่องไว มีดาวอาทิตย์เป็นดาวเจ้าฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 ไม่รวมอยู่ในราศีเดียวกัน คาบเกี่ยวอยู่ 2 ราศีเป็น "ฉินทฤกษ์"  คือ ฤกษ์ไม่เต็มบาท มักไม่ใช้เป็นฤกษ์มงคล แต่เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ คนโบราณใช้ในการปล้นค่าย จู่โจมโดยฉับพลัน ข่มขวัญ บีบบังคับ ทำการปราบปราม การแข่งขันช่วงชิง การแย่งอำนาจและผลประโยชน์ งานเสี่ยงๆ ในระยะสั้นๆ การปฏิวัติ งานของบุคคลในเครื่องแบบแบบใช้กำลัง  ในบางกรณีหากต้องการ ช่วงชิงแข่งขัน ในการธุรกิจ การกีฬา การเอาชนะในทุกรูปแบบ ก็มักจะใช้ฤกษ์นี้ เป็นฤกษ์ประกอบการ แต่โหรมักไม่ให้ฤกษ์นี้แก่ใครง่ายๆ นอกจากจะเป็นเรื่องที่สำคัญต่อบ้านเมือง เช่นการให้ฤกษ์ทำการปฎิวัติ รัฐประหาร  ก็มักใช้ฤกษ์นี้
สำหรับคนที่เกิดในฤกษ์นี้ จะเป็นคนที่มีอำนาจในตัวเอง มีความสามารถในด้านการแข่งขัน การช่วงชิงเอาชนะ อาชีพเด่นคือ นักธุรกิจ นักกีฬา งานที่เกี่ยวกับอุตสาหรรมขนาดใหญ่ นักการทหาร นักปกครอง และคนที่รวยมากๆระดับประเทศก็มักเกิดฤกษ์นี้แต่ก็ต้องมีชีวิตในบางช่วงที่ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย คนเกิดในฤกษ์นี้มักเด่นในด้านชื่อเสียงและทรัพย์สิน

4. ภูมิปาโลฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่า เกษม
ภู มิปาโลฤกษ์ แปลว่า ผู้รักษาแผ่นดิน มีดาวจันทร์เป็นดาวเจ้าฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น บูรณะฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การมงคลต่างๆ งานที่ต้องการความมั่นคงถาวร งานเกี่ยวกับที่ดิน น้ำ หรือต้องการมวลชนมากๆ เมตตามหานิยม ธุรกิจการเกษตร การเช่าซื้อ ก่อสร้าง ปลูกเรือน ยกศาลพระภูมิ แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขาบท  เปิดอาคารห้างร้าน และ สารพัดงานมงคลทำได้หมด ฤกษ์นี้มีดาวจันทร์ครองเป็นเจ้าฤกษ์ ดังนั้น ธุรกิจที่ข้องกับดาวจันทร์ก็คือ ธุรกิจทางน้ำ สื่อสารมวลชน ความงาม โฆษณาประชาสัมพันธ์ ก็จะเด่นมากขึ้น

สำหรับคนที่เกิดในฤกษ์นี้ จะเป็นคนที่มีอำนาจในตัวเอง มียศศักดิ์และฐานะดี มีธุรกิจเป็นของตนเอง จิตใจเมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น อาชีพเด่นในทางนักปกครอง นักการเมือง นักแสดง หรือ ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ก็จะดี

5. เทศาตรีฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่า ปรัตยุระ
เท ศาตรีฤกษ์ แปลว่า ข้ามท้องถิ่น หรือ สามแผ่นดิน ผู้ท่องเที่ยว (คนแปลผิดเป็น ฤกษ์หญิงแพศยา)  บางคราเรียกว่า "เวสิโยฤกษ์"  หมายถึงฤกษ์พ่อค้า-แม่ค้า มีดาวอังคารเป็นดาวเจ้าฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ปลายราศีหนึ่ง และ ต้นราศีหนึ่ง แห่งละ 2 บาทฤกษ์ คือคาบเกี่ยวอยู่ราศีละครึ่ง คือในราศี พฤษภกับเมถุน , กันย์กับตุลย์ และ มกรกับกุมภ์ เป็น  ภินทฤกษ์ ความหมายจริงของฤกษ์นี้ก็คือ “ฤกษ์สามถิ่น(ประเทศ)” เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ งานการติดต่อการค้าระหว่างถิ่น งานด้านต่างประเทศ ต่างชาติ ภาษาต่างประเทศ กิจการทัวร์ ธุรกิจนำเข้า ส่งออก  ธุรกิจเกี่ยวกับความสนุกสนานชักชวนคนเข้าออกมากหรือธุรกิจที่ไม่จำกัดชนชั้น วรรณะ ไม่จำกัดคนรวย คนจน ทุกคนสามารถมาใช้ได้เสมอกันหมด  เช่น เปิดโรงมหรสพ ร้านอาหาร สถานเริงรมย์ โรงแรม โรงหนัง ตลาดและศูนย์การค้า การประกอบอาชีพนอกสถานที่ อาชีพเดินทาง นวดแผนโบราณ กิจการแพทย์ โรงพยาบาล และอาชีพที่ต้องย้ายที่อยู่เสมอ ฤกษ์นี้มีดาว อังคารเป็นดาวเจ้าฤกษ์ กิจการที่เป็นด้านอุตสาหกรรม เครื่องยนต์กลไก การซ่อมแซม อุตสาหกรรมเหล็ก โลหะ เครื่องจักร การก่อสร้าง ยานยนต์ก็จะมีผลดีเป็นพิเศษ

ผู้ที่เกิดในฤกษ์นี้ เป็นคนเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย เรียนรู้ได้หลายภาษา มีเสน่ห์แรง มักได้ทำงานเกี่ยวกับการเดินทาง หรือเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ มีทรัพย์สินที่ดินบ้านช่องมากมายหลายแห่ง แต่ชีวิตในบางช่วงก็ต้องตกระกำลำบากหรือต้องย้ายถิ่นฐานบ้านช่องอยู่เสมอๆ   หากอยู่ต่างถิ่นก็จะเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยดีกว่าถิ่นกำเนิดของตัวเอง คนเกิดในฤกษ์นี้มักเด่นในด้านชื่อเสียง มีใจเด็ดเดี่ยว กล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวใคร

6. เทวีฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่า สาธะกะ
เทวี ฤกษ์ แปลว่า นางพญา ความงามหรูหรา ความมีเสน่ห์ โชคลาภ และ การสมความปรารถนา มีดาวราหูเป็นดาวเจ้าฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น บูรณะฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่มุ่งให้เกิดโชคลาภ เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ งานที่ต้องการความหรูหรา มีชื่อเสียง มีพลังฤกษ์ที่นุ่มนวลอ่อนช้อยดุจเทวี การเจรจาสู่ขอ งานแสดง งานนิทรรศการ การหมั้นหมายและสมรส การส่งตัวเจ้าสาวและเข้าห้องหอ การทำกิจการที่ต้องการชื่อเสียงและมีเสน่ห์ งานมีเกียรติ งานเชิงศิลปะตกแต่งชั้นสูง เปิดร้านค้าอัญมณีเครื่องประดับ ร้านเสริมสวย ตัดเย็บเสื้อผ้า  สารพัดงานมงคลทั้งปวงสามารถใช้ฤกษ์นี้ได้
ฤกษ์นี้มีดาว ราหูเป็นเจ้าฤกษ์ แสดงถึงความลุ่มหลง หลงใหล มีเสน่ห์ และให้คุณเป็นพิเศษแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกับ ต่างชาติ ต่างภาษา ร้านอาหาร บาร์ไนต์คลับ สุรายาเมา  และบ่อนการพนัน

ผู้ที่เกิดในฤกษ์นี้ เป็นคนมีอำนาจวาสนาดี ทำอะไรมักมีคนคอยช่วยเหลือ มีชีวิตที่สงบสุขและสุขสบาย ไม่เดือดร้อน แต่มักชอบลุ่มหลงอะไรง่ายๆ มีชื่อเสียงดี อาชีพเด่นก็คือ นักแสดง กิจการเกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม อัญมณี เสื้อผ้า เครื่องประดับ ฯลฯ

7. เพชฌฆาตฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่า นิธนะ
เพชฌฆาต ฤกษ์ แปลว่า  ผู้ทำการตัด การแบ่ง  ไม่ใช่เพชฌฆาต ที่ไว้ฆ่าคน สมัยก่อนการลงโทษโดยการประหารชีวิตด้วยการตัดคอ มีผู้ทำการลงโทษก็เรียกว่า เพชฌฆาต ทำให้คนเข้าใจสับสน  ซึ่งศัพท์คำนี้แปลว่า “ผู้ตัด” เฉยๆ  ส่วน เพชฌฆาต ฤกษ์ แปลความว่า “ฤกษ์แห่งการตัด” ไม่เกี่ยวกับการฆ่าแต่อย่างใด  มีดาวพฤหัสเป็นดาวเจ้าฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 ตัดขาดกัน และ ตรงข้ามกับ โจโรฤกษ์ เรียกว่า "ตรินิเอก"  คืออยู่ปลายราศี 3 ฤกษ์บาท และ ต้นราศี 1 ฤกษ์บาท ไม่ควรให้ฤกษ์ในการมงคลโดยทั่วไป เป็น ฉินทฤกษ์ แต่เป็นฤกษ์ดีหมาะสำหรับ การฟันผ่าอันตรายและอุปสรรค ต่อสู้เสี่ยงภัยต่างๆ อาสางานใหญ่ ทำกิจปราบปรามศัตรู ตัดสินคดีความ งานที่ใช้การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด  ประกอบพิธีไสยศาสตร์ ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ลงเลขยันต์ สร้างวัตถุมงคลแบบคงกระพันชาตรี สร้างสิ่งสาธารณะกุศลสงเคราะห์ เปิดโรงพยาบาล การรักษาโรคเรื้อรังที่หายยากๆ การยาตราทัพ เจิมอาวุธยุทธภัณฑ์ สร้างโบสถ์วิหารการเปรียญ การบวชเรียน การบำเพ็ญเพียรทางจิต การนั่งสมาธิภาวนา การศึกษาศาสตร์ลี้ลับ  ศึกษาโหราศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ ฯลฯ หรือบาทีก็เป็นฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม ประดิษฐานรูปเคารพเพื่อให้เกิดความขลังและศักดิ์สิทธิ์  ฤกษ์นี้มีดาวพฤหัสเป็นดาวเจ้าฤกษ์ ก็จะให้คุณโดดเด่นทางด้านการศึกษา และการศาสนา การปฎิบัติทางจิตภาวนาเป็นพิเศษ

ผู้ที่เกิดในฤกษ์นี้ เป็นคนจิตใจดี มีศีลธรรม เคร่งในศาสนา เรียนรู้สิ่งต่างๆได้เร็ว เป็นคนเฉียบขาด ซื่อตรง ซื่อสัตย์ เกลียดชังการคดโกง  มีความกตัญญูรู้คุณ ไม่หวั่นไหวเกรงกลัวต่อสิ่งใด มีคนเคารพนับถือมาก มีการศึกษาในระดับสูงๆ อาชีพเด่น ก็คือ ครูอาจารย์ อนุศาสนาจารย์ ผู้คงแก่เรียน แพทย์ หมอ พยาบาล เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญในเครื่องจักรยนต์ กลไกต่างๆ

8. ราชาฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่า มิตระ
ราชาฤกษ์ แปลว่าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีอำนาจวาสนา พระเจ้าแผ่นดิน มีดาวเสาร์เป็นดาวเจ้าฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกัน เรียกว่า บูรณะฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่ยิ่งใหญ่หกว่าฤกษ์ทั้งปวง ที่เหมาะสำหรับ  งานที่ต้องการชักจูงให้ผู้อื่นดำเนินตาม  การเข้ารับตำแหน่งงาน การแสวงหาชื่อเสียงเกียรติยศ แสวงหาอำนาจ บารมี การเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ ลาสิกขาบท การขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน เปิดร้าน และกิจการงานมงคลทั้งปวง  มีบอกว่าฤกษ์นี้สามัญชนใช้ไม่ได้ อันนี้ต้องบอกว่าไม่จริง และไม่ใช่อย่างที่เข้าใจ คำว่าราชาฤกษ์ แปลว่า ฤกษ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าฤกษ์ทั้งหลาย เป็นราชาแห่งฤกษ์ไม่ใช่ฤกษ์ใช้เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน ใครๆก็ใช้ได้ไม่จำกัดชนชั้นวรรณะใดใด ฤกษ์ นี้มีดาวเสาร์เป็นดาวเจ้าฤกษ์ แสดงว่าเป็นฤกษ์ที่จะให้ความมั่นคงยืนนานมากที่สุด และหากเป็นกิจการที่ข้องกับงานอุตสาหรรมขนาดใหญ่ โรงงานผลิต การก่อสร้าง งานเชิงสาธารณะ งานราชการ รัฐวิสาหกิจ ก็จะให้ผลดีมากเป็นพิเศษ

ผู้ที่เกิดในฤกษ์นี้ เป็นคนมีอำนาจวาสนา บารมีสูง  ปรารถนาสิ่งใดก็มักได้มาอย่างง่ายๆ ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากมาย เป็นเจ้าของกิจการที่ใหญ่โต มีบริวารดี ลูกน้องเชื่อฟัง มีคนคอยช่วยเหลือมิได้ขาด

9. สมโณฤกษ์ ทางโหราศาสตร์อินเดีย(ภารตะ)เรียกว่า ปรมมิตระ
สม โณฤกษ์ แปลว่า ความสุข ความสงบ  นักบวช นักสอนศาสนา มีดาวพุธเป็นดาวเจ้าฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 อยู่ปลายราศีเดียวกัน เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ ทำพิธีกรรมทางศาสนา และ ทางนักบวช เช่น การทำขวัญนาค การอุปสมบท หล่อพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เข้ารับการศึกษา และ การกระทำทุกอย่างเพื่อความสงบร่มเย็นเป็น ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญต่ออายุ  ตั้งศาล ผูกข้อมือ สู่ขวัญ โกนผมไฟ ฤกษ์นี้มีดาวพุธเป็นดาวเจ้าฤกษ์ กิจการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การสื่อสาร ขนส่งมวลชน กิจการที่เกี่ยวกับงานด้านเอกสาร สัมมนา งานวิจัย จะให้ผลดีเป็นพิเศษ

ผู้ที่เกิดในฤกษ์นี้ เป็นคนมีอำนาจ มีวาทะปฏิภาณดี เฉลียวฉลาด เรียนรู้เร็ว มีการศึกษาสูง มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความสำเร็จ ชอบศึกษาปรัชญา ศาสนา สิ่งลี้ลับ ชอบทำบุญกุศล มีจิตวิทยาสูงมากในการจูงใจคน

 

บทความน่ารู้เกี่ยวกับฤกษ์ยามชั้นสูง...
ดวงชง-การทำลายและส่งเสริมผลของฤกษ์ยามต่างๆ 
วัน สิทธิโชค
วิษนาทีฤกษ์- ฤกษ์ต้องห้าม
กฏเกณฑ์การให้ฤกษ์
ฤกษ์บน-ฤกษ์ล่างจากดวงชาตา
วิธีอ่านปฏิทินฤกษ์ยามของอาศรมศรีจักรนารท
รวมคำถามเรื่องฤกษ์ยาม 1
ความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับฤกษ์ยาม
คำถามสำหรับคนชอบติว่าฤกษ์ไม่ดี
ปฎิทินฤกษ์ยาม โหราศาสตร์ ไทย จีน ฮินดู
ดิถีฤกษ์ไชย –ฤกษ์สำหรับออกรถ ขึ้นบ้านใหม่ เปิดร้านค้า
ดิถีมหาสูญ-วันที่ห้ามประกอบการมงคลอย่างเด็ดขาด
นาทีฤกษ์ที่ต้องห้ามกระทำการมงคล
ว่าด้วยเรื่อง"ดิถี"
ดิถีฤกษ์ห้ามการกระทำพิธีมงคล
ยามมุหูรตะ
ยามเวลา มุหูรตะ
ดิถีอัคนิโรธน์-วันที่ห้ามประกอบการมงคล

ฮวงจุ้ยความรักและการแต่งงาน


ฮวงจุ้ยความรัก: ข้อควรระวังสำหรับการตกแต่งเรือนหอ


ฮวงจุ้ยความรัก: ทำอย่างไรสามีจึงจะไม่นอกใจ


ฮวงจุ้ยความรัก:สาวๆทำอย่างไรจึงจะไม่”ขึ้นคาน”

 


1.起名策划服务
主要包括:宝宝起名,成人改名,公司起名,品牌命名 ,产品命名,名人艺名及签名设计。
2.风水策划服务
主要包括:风水勘测,环境选址及改运,楼盘,住宅,办公,商家,店铺工厂风水布置策划。
3.风水建筑设计
主要包括:风水规划设计, 建筑风水设计,室内风水设计,景观风水设计,城市发展,
风水项目策划。
4.命理推算和预测咨询
主要包括:事业发展咨询,前程预测咨询,项目咨询,财运咨询,婚姻咨询,挑选吉日吉时咨询,
健康咨询,投资顾问等服务。

 

Astrodienst Banner

 


ฤกษ์ยามมงคลต่างๆของอาศรมศรีจักรนารท

ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์ยกเสาเอก ฤกษ์เข้าบ้านใหม่ ฤกษ์เปิดกิจการใหม่ ฤกษ์จดทะเบียนบริษัท

ฤกษ์จดทะเบียนสมรส ฤกษ์แต่งงาน พิธีไทย ฤกษ์แต่งงาน พิธีจีน ฤกษ์เปลี่ยนชื่อ

ฤกษ์ตั้งศาล ฤกษ์รับตำแหน่งใหม่ ฤกษ์ลาสิกขา ฤกษ์โกนผมไฟ(ทำขวัญเดือน)

ฤกษ์มงคล ผูกดวงพิชัยสงคราม บูชายันต์พุทธคุณลงเสาเอก

 
Random Content

Custom Search
ลิขสิทธิ์ © 2014 astroneemo.net. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย