ติดต่อสอบถาม กรุณาแอด Line @astroneemo

  • Slider 1
  • Slider 2
  • Slider 3
  • Slider 4
  • Slider 5
  • Slider 6
  • Slider 7
  • Slider 8

Website แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงของโหราศาสตร์ภารตะจากคัมภีร์พระเวทของพราหมณ์อันศักดิ์สิทธิ์ และได้ผลตอบรับดีสูงสุดเป็นปีที่ 15 แล้ว WebSite ของเราให้การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในระดับสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงจากยุโรป "SiteGuarding" บริการดูฮวงจุ้ย แก้ฮวงจุ้ย เสริมฮวงจุ้ย ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี***

ปฏิบัติอย่างไรให้สำเร็จ ตามทรรศนะของวัชรยาน

โดย อ.ฤทธิชัย


ผู้ปฏิบัติจำนวนมากที่ตั้งใจ ตั้งมั่นในการบำเพ็ญ การปฏิบัติตนเพื่อบรรลุมรรคผล แต่ก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้นมาเลย (ในที่นี้ไม่รวมผู้ที่ได้เกิดเบื้องหน้าพระพุทธองค์ ไม่ว่าพระองค์ใด พ่อค้ายส เดินบ่นว่าทุกข์จริงหนอ ผ่านหน้าพระพุทธเจ้า เพียงชั่วข้ามคืน ยสก็ได้บรรลุมรรคผล องคุลีมาล เมื่อพบพระพุทธเจ้าก็บรรลุพระอรหันต์ ด้วยความเข้าใจของคนอย่างเราๆทั่วไปว่าท่านทำกรรมมหาศาลฆ่าคนตั้ง999 คงไม่สามารถบรรลุมรรคผลได้ จูฬปถก ที่โง่แสนโง่ปฏิบัติตนมายาวนานก็ไม่ให้ผลสำเร็จใดๆ พระพุทธองค์เพียงสอนวิธีง่ายๆให้ก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ด้วยเวลาสั้นๆ  ต่อมา ในสมัยหลัง ก็มีผู้ได้บรรลุธรรม โดยเพียงได้ยินเสียงสวดมนต์ที่คนกำลังสวดอยู่ เช่น ท่านเว่ยหล่าง เป็นต้น ยังมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกมากมาย ของผู้ได้บรรลุมรรคผล
การบรรลุของผู้ที่เกิดมาและได้รับคำสอนจากพระพุทธองค์โดยตรง  จากประวัติที่ได้บันทึกไว้ท่านก็เป็นคนธรรมดาที่มิได้มีความพิเศษเกินกว่าคนทั่วไปอย่างไร เพียงแต่ท่านโชคดีที่ได้เกิด และได้อยู่เบื้องหน้าพระพุทธองค์ พระพุทธองค์เป็นตัวช่วยที่ทรงประสิทธิ์ภาพที่สุดในการให้ท่านเหล่านั้นได้บรรลุผลสำเร็จ พระพุทธเจ้าทั้งปวง ท่านรู้ในอุปสรรคของศิษย์แต่ละคน ท่านรู้ถึงอะไรเกิน อะไรขาดซึ่งเป็นอุปสรรคในการบรรลุมรรคผลของศิษย์ ท่านจึงให้สิ่งซึ่งทำให้ศิษย์ผู้นั้นไปปฏิบัติเพื่อขจัดอุปสรรคซึ่งเป็นเฉพาะของแต่ละบุคคล แต่ละบุคคลจึงไม่ต้องอ้อม ต้องวกวน เดินหน้าตรงดิ่งไปขจัดอุปสรรคทิ้งอย่างรวดเร็ว เมื่ออุปสรรคหมดการบรรลุก็เกิดขึ้น


เป็นอันว่าเมื่อพระพุทธเจ้า ท่านได้ปรินิพพานไป ตัวช่วยซึ่งทรงประสิทธิภาพก็ขาดหายไป ในหมู่ผู้เข้ามาแสวงหาการบรรลุรุ่นใหม่ๆ จะมีใครมาบอกว่า เขาผู้นั้น ได้เดินทางมาแล้วเท่าไร ได้พกพาอะไรติดตัวมาด้วยใน การเดินทางไกลนั้น เขาใกล้จะถึงที่หมายหรือยัง เขาต้องเติม หรือเข้าต้องตัดอะไรทิ้งบ้าง ตัวผู้เดินทางนั้นไม่มีทางรู้ อีกทั้งตัวช่วยที่จะบอกให้รู้ก็ไม่มี  ผู้บรรลุในสมัยหลังจึงต้องเป็นบุคคลที่พิเศษกว่าบุคคลอื่นทั่วไป ดังเช่น ท่านเว่ยหลาง หนังสือก็อ่านไม่ออก อีกทั้งยังยากจนเข็ญใจ ต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อเลี้ยงดูมารดา เพียงได้ฟังเสียงสาธยายพระสูตรเท่านั้นก็เข้าใจและเข้าสู่ประตูแห่งการบรรลุทันที(แต่คนสาธยายยังหลงอยู่ในป่า) และแนวทางในการสอนธรรมในระยะต่อมาก็ยิ่งทำให้ไม่รู้ใหญ่ (เมื่อผู้สอนถูกจำกัดด้วยเงื่อนไข การสอนจึงให้แบบครอบคลุมไปหมด ผู้ปฏิบัติต้องไปเลือกเอง มีหนทางให้ได้เลือกถึง84000ทาง ถ้าโชคดีอย่างมหาศาลก็จะเลือกหนทางได้ถูกต้องและได้บรรลุ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไร เพราะในขณะที่เดินไปในหนทางนั้นอะไรเป็นอุปสรรคก็ไม่รู้ เธอต้องฟันฝ่าไปเอง เพราะตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเท่านั้น คนอื่นไม่สามารถบอกอะไรเธอได้ ดังนั้นการบรรลุจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะในปัจจุบันกาล
สิ่งที่เราได้เรียนรู้มาคือ กรรม เป็นต้นเหตุแห่งการไม่ได้บรรลุมรรค เมื่อหมดกรรมความสำเร็จจึงเกิดขึ้น และกรรมเป็นสิ่งที่ต้องชดใช้ ทุกการกระทำเกิดกรรมทั้งนั้น  ถ้าเช่นนั้นเราก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการบรรลุเลย มีเพียงคนที่ตายแล้วเท่านั้นที่ไม่สร้างกรรม ด้วยความเข้าใจดังนี้ การบรรลุมรรคผลได้จึงมีเฉพาะในโลกแห่งจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ก็อีกนั่นแหละ โลกแห่งจิตวิญญาณมีเวลาสั้นเพียงนิดเดียวก็ต้องไปเกิดใหม่แล้ว และในโลกแห่งจิตวิญญาณก็ไม่สามารถชดใช้กรรมได้ เพราะไม่มีกายเนื้อซึ่งเป็นสื่อให้กระทำ ในคนที่มีชีวิตอยู่ ต้องมีการกระทำ และกรรมก็คือการกระทำ เมื่อมีการกระท กรรมก็ต้องเกิดขึ้นตลอดเวลาทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ถ้าเช่นนั้นคนที่เกิดมาแล้วก็คือต้องทนทุกข์ไปโดยไม่มีวันได้บรรลุมหาสุขจากการหลุดพ้นได้เลยหรือ แต่ทำไมพระพุทธเจ้าจึงทำให้คนบรรลุนิพพานได้ พระพุทธเจ้าทำให้กรรมของคนไม่ต้องชดใช้ได้ นี่เองคือปัญหาของการประสบความสำเร็จในการปฏิบัติ ดังนั้นความสำเร็จจึงมิใช่อยู่ที่กรรมเป็นปัจจัยใหญ่  แม้กรรมจะเป็นเรื่องใหญ่ กฎแห่งกรรมเที่ยงตรง กรรมต้องชดใช้คืนแน่นอน ถูกบังคับให้ต้องชดใช้ตามเงื่อนไข หรือได้รับอิสระให้ชดใช้ได้ด้วยตนเองทั้งเวลาและวิธีการ ดังเช่น พระโมคัลลานะ  ดังนั้นสิ่งซึ่งขัดขวางการบรรลุมรรคผล คือ อุปสรรค


อุปสรรคมีปัจจัยหลายอย่างเข้ารวมตัวกัน กรรมก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ความไม่รู้ ความหยิ่งทะนง ความหลง ฯลฯ ล้วนเป็นอุปสรรคทั้งสิ้น อุปสรรคเป็นตัวการที่ทำให้บารมีไม่พอ เมื่อบารมีไม่พอความสำเร็จก็ไม่เกิด เมื่อใดที่บารมีมากพอ การปฏิบัติก็เกิดผล จะเป็นตัวยได้ตัวช่วยที่มีประสิทธิ์ภาพ หรือไม่มีสิ่งคอยเหนี่ยวคอยรั้ง ให้เข้าสู่ประตูแห่งการบรรลุ
ในพุทธวัชรยานเน้นเรื่อง การขจัดอุปสรรคเป็นสำคัญ พิธีกรรมหรือการปฎิบัติใดๆ ที่จะทำให้เกิดบารมีให้มากพอและรวดเร็ว ประกอบกับทัศนคติที่ถูกต้องที่แท้จริงว่า จุดเป้าหมายนั้นเป็นอย่างไร (มิใช่ไปถึงหรือพบแล้วยังไม่รู้จัก) ทัศนคติที่ว่านี้มิใช่ทัศนคติที่กว้างไพศาลดั่งการงมเข็มในมหาสมุทร เช่น จงมาเป็นชาวพุทธปฏิบัติตนดังที่ชาวพุทธปฏิบัติ เป็นทัศนคติที่ถูกต้องแต่ไม่มีทางพบการบรรลุมรรคผล ทัศนคติถูกต้องแต่เล็กหรือแคบเข้ามาอีกเข้าใกล้มาอีกหน่อยเช่น ละชั่ว ทำดี ทำจิตให้ผ่องแผ้ว ถูกต้อง แต่ก็ตังการงมเข็มในแม่น้ำ เล็กและแคบเข้ามาอีกจงปฏิบัติกรรมฐาน (เป้าหมายเป็นเช่นไร มีรูปร่างหน้าตาอย่างไรแม้ได้พบก็ไม่รู้จัก) ก็ดังเช่นการงมเข็มในบ่อ ทัศนคติที่ถูกต้องทั้งเล็กและแคบที่สุดในความหมายนี้คือ การต้องรู้ว่าความเป็นพุทธ นิพพาน ธรรมกาย มรรคผล (ซึ่งทั้งหมดเป็นอย่างเดียวกัน)เป็นอย่างไร  เมื่อพระพุทธยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระพุทธองค์เป็นแบบอย่าง การบรรลุต้องเป็นอย่างพระพุทธองค์ ในปัจจุบัน ผลของการได้บรรลุเป็นอย่างไร ไม่มีใครตอบได้ แสดงให้เห็นก็ไม่ได้ ยิ่งไปเน้นเรื่องที่ทำให้ต้องไกลเป้าหมายออกไป เช่น กรรมถ้าไม่หมดก็ไม่บรรลุ การตีกล๊อฟให้ลงหลุม ระยะที่ไกลมากจึงต้องมีธงปักไว้ที่ปากหลุม  ถ้าไม่มีธงจะเกิดผลเช่นไร การปฏิบัติในยุคปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น
ทำอย่างไรกรรมไม่ต้องชดใช้ด้วยเงื่อนไขและเข้าใจในภาวะแห่งผลนั้นว่ามีสภาพเช่นไร แล้วนำภาวะแห่งผลนั้นไปใช้ขจัดกรรมทำให้ไม่ต้องชดใช้ด้วยเงื่อนไข และใน่ขณะเดียวกันก็ใช้การไม่ต้องชดใช้กรรมด้วยเงื่อนไขนั้นมา กระตุ้นให้เกิดภาวะแห่งผล ดังเช่น การจุดไฟในรถ ใช้ไฟจุดเครื่องยนต์ ใช้เครื่องยนต์ทำให้เกิดไฟ หมุนเวียนกันไปไม่รู้จบ ผลก็คือพลังงานแห่งความสำเร็จ
หลักการบรรลุมรรคผล คือ ปฏิบัติภาวนามรรคเพื่อขจัดอุปสรรค ด้วยทัศนมรรคที่รู้และเข้าใจในภาวะแห่งผล ความสำเร็จก็เกิดขึ้น