***ที่นี่เป็น WebSite แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) จากคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ของพราหมณ์-ฮินดู (Vedic Astrology) ที่สืบทอดมากว่า 5,000 ปี ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูงที่ละเอียด แม่นยำ มีทฤษฎีที่เป็นวิทยาศาสตร์และเชื่อถือได้มากที่สุด สอบถาม โทร. 085-832-8228***

 

ลายเส้นบนจีวร
จีวร ของพระสงฆ์ ประกอบด้วยผ้า ที่ตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนเล็กๆมาต่อกัน จึงมีลักษณะเป็นผ้าที่เศร้าหมอง คือ ผู้อื่นมักไม่ต้องการไปตัดเย็บหรือนำไปใช้อีก จึงเหมาะสมกับสมณะ ผ้าสี่เหลี่ยมผืนเล็กๆที่เย็บต่อกันนั้น ปรากฏลวดลายเป็นลายคันนาของชาวมคธ ซึ่งออกแบบโดยพระอานนท์ ดังปรากฏข้อความในพระวินัยปิฎก ว่า ในสมัยพุทธกาล วันหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จถึงทักขิณาคิรีชนบท พร้อมด้วยพระภิกษุจำนวนหนึ่ง ได้ทอดพระเนตรเห็นท้องนา (แปลงนา) ของชาวมคธ
เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีคันนาสั้นๆ คั่นในระหว่าง แล้วมีรับสั่งกับ พระอานนท์ ว่า

อานนท์ เธอเห็นนาของชาวมคธ ซึ่งเขาพูนดิน ขึ้นเป็นคันนาสี่เหลี่ยม พูนคันนายาวทั้งด้านยาวและด้านกว้าง พูนคันนาคั่นในระหว่างๆ ด้วยคันนาสั้นๆ พูนคันนาเชื่อมกันทาง ๔ แพร่ง ตามที่ซึ่ง คันนากับคันนา ผ่านตัดกันไปหรือไม่ ...เธอสามารถแต่งจีวรของภิกษุทั้งหลาย ให้มีรูปอย่างนั้นได้หรือไม

พระอานนท์ตอบว่า สามารถ พระพุทธเจ้าข้า

ครั้ง นั้นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ทักขิณาคิรีชนบทตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จกลับมาพระนครราชคฤห์อีก ครั้งนั้นท่านพระอานนท์แต่งจีวรสำหรับภิกษุหลายรูป ครั้นแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคได้กราบทูลว่า
ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงทอดพระเนตรจีวรที่ข้าพระพุทธเจ้าแต่งแล้ว พระพุทธเจ้าข้า

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย อานนท์เป็นคนฉลาด อานนท์ได้ซาบซึ้ง ถึงเนื้อความแห่งถ้อยคำที่เรากล่าวย่อ ได้โดยกว้างขวาง ...จีวรจักเป็นผ้าที่ตัดแล้ว เศร้าหมองด้วยศัสตรา สมควรแก่สมณะ และพวกศัตรูไม่ต้องการ

หลังจากพระอานนท์ถวายจีวรที่ตัด แต่งแล้ว ให้ทอดพระเนตร พระพุทธองค์ทรงพอพระทัย และอนุญาตให้ใช้ ผ้า ๓ ผืน คือ สังฆาฏิชั้นเดียว จีวร และสบง ต่อมาทรงอนุญาต ไตรจีวร คือ ผ้าสังฆาฏิสองชั้น จีวร และสบง ทั้งนี้เพื่อให้พระสงฆ์ ใช้ป้องกันความหนาวเย็น และรับสั่งว่า ภิกษุไม่พึงมีจีวรมากกว่านี้ รูปใดมีมากกว่านี้ เป็นอาบัติ

อติเรกจีวร คือ จีวรที่มีเกินกว่าผ้าที่อธิษฐานเป็นไตรจีวร ตามพระวินัย ภิกษุสามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน ๑๐ วันและสามารถทำเป็น วิกัปอติเรกจีวร คือ ทำให้เป็นสองเจ้าของ เพื่อจะได้ไม่ต้องอาบัติ เพราะเก็บไว้เกินกำหนด

ความ เป็นมาของเรื่องอติเรกจีวรนี้ เนื่องจากมีผู้ถวายจีวรแก่พระอานนท์ แล้วท่านประสงค์จะเก็บไว้ ถวายพระสารีบุตร ซึ่งขณะนั้นอยู่ต่างเมือง ประมาณ ๑๐ วัน จึงจะเดินทางมาถึง พระอานนท์ได้เข้าไป ทูลถามพระพุทธองค์ว่า จะปฏิบัติอย่างไร กับอติเรกจีวรดี จึงทรงมีพุทธบัญญัติ ให้เก็บรักษาอติเรกจีวร ไว้ได้ไม่เกิน ๑๐ วัน

ผ้าที่ใช้ทอจีวร

สมัย ต่อมา มีจีวรหลายประเภทเกิดขึ้น ภิกษุทั้งหลายไม่แน่ใจว่า จีวรชนิดใดที่ทรงอนุญาต จึงกราบทูลเรื่องนั้นต่อพระศาสดา พระพุทธองค์ทรงอนุญาตจีวร ๖ ชนิด คือ
จีวรทำด้วยเปลือกไม้
จีวรทำด้วยฝ้าย
จีวรทำด้วยไหม
จีวรทำด้วยขนสัตว์
จีวรทำด้วยป่าน
จีวรทำด้วยของเจือกัน

การเลือกขนาดจีวรที่เหมาะสม

ขนาด ยาว 190 ซ.ม. กว้าง 300 ซ.ม. เหมาะกับพระสงฆ์ที่สูงไม่เกิน 160 ซ.ม.

ขนาด ยาว 200 ซ.ม. กว้าง 300 ซ.ม. เหมาะกับพระสงฆ์ที่สูง 160 – 170 ซ.ม.

ขนาด ยาว 210 ซ.ม. กว้าง 310 ซ.ม. เหมาะกับพระสงฆ์ที่สูง 170 – 180 ซ.ม.

ขนาด ยาว 220 ซ.ม. กว้าง 320 ซ.ม. เหมาะกับพระสงฆ์ที่สูง 180 ซ.ม. ขึ้นไป หรือพระที่มีรูปร่างสูงใหญ่

แต่ถ้าจะนำไปถวายพระโดยไม่เจาะจงผู้รับ แนะนำให้เลือกขนาด 200 ซ.ม.หรือ 210 ซ.ม. เพราะเป็นขนาดกลางๆที่พระส่วนใหญ่ครอง

สำหรับขนาดของชุดไตรนั้นให้ถือเอาขนาดของจีวรเป็นเกณฑ์ เช่นจีวรขนาด 200 ซ.ม.ชุดไตรนั้นก็เป็นขนาด 200 ซ.ม.