***ที่นี่เป็น WebSite แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) จากคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ของพราหมณ์-ฮินดู (Vedic Astrology) ที่สืบทอดมากว่า 5,000 ปี ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูงที่ละเอียด แม่นยำ มีทฤษฎีที่เป็นวิทยาศาสตร์และเชื่อถือได้มากที่สุด สอบถาม โทร. 085-832-8228***

 

  1. ทิศเหนือ (อุดร) ไม้ไผ่สีสุก มีความหมายถึงความมั่งมีศรีสุข ฐานะร่ำรวย มั่งคั่ง สุขกาย สบายใจ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพแข็งแรง อนามัย
  2. ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (อิสาน) ไม้ทรงบาดาล มีความหมายถึง “ทรงบันดาล” เมื่อต้องการสิ่งใด ที่ชอบที่ควร ก็สามารถบันดาลได้ สมความปรารถนา
  3. ทิศตะวันออก (บูรพา) ไม้สัก มีความหมายถึง ความมียศศักดิ์ มีตำแหน่งหน้าที่ เป็นศรีแก่บ้านเรือนและผู้อยู่อาศัย เป็นที่เคารพยำเกรงแก่ผู้ที่จะมาคบค้าสมาคมด้วย มีศักดิ์ศรีในวงสังคม
  4. ทิศตะวันออกเฉียงใต้ (อาคเนย์) ไม้กันเกรา มีความหมายถึง การป้องคุ้มภัยอันตรายต่างๆ โดยเฉพาะจากสิ่งที่มองไม่เห็น ภูตผีปิศาจ เวทย์มนต์คุณไสย์ต่างๆ
  5. ทิศใต้ (ทักษิณ) ไม้พยุง มีความหมายว่า การพยุง ช่วยเหลือและส่งเสริม จะช่วยพยุงฐานะให้มั่นคง เมื่อถึงเวลาขัดสนก็จะไม่ทำให้ฐานะหรือวงศ์ตระกูลถึงกับเซทรุด ป้องกันมิให้ตกอับหรือลำบากยากจนข้นแค้น
  6. ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (หรดี) ไม้ทองหลาง มีความหมายว่า ทรัพย์สินเงินทอง จะทำกิจการใดก็ตามจะมีแต่ความอุดมสมบูรณ์ แก้วแหวนเงินทอง จะไหลมาเทมาไม่ขาดสาย นั่งนอนบนกองเงินกองทอง
  7. ทิศตะวันตก (ประจิม) ไม้ชัยพฤกษ์ มีความหมายว่า มีชัยชนะ จะได้รับชัยชนะแก่ผู้มุ่งร้าย หมายขวัญ ศัตรูหมู่มาร คู่อาฆาตทั้งหลาย ผู้ไม่ประสงค์ดี มิอาจทำอันตรายใดๆ ได้ จะพ่านแพ้ไปในที่สุด ในลักษณะไพรีพินาศ
  8. ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (พายัพ) ไม้ราชพฤกษ์ (หรือไม้คูณ) มีความหมายว่าค้ำคูณ จะมีคนสนับสนุน เมตตา ให้มีที่พึ่งอาศัย มี อำนาจราชศักดิ์ ความมั่งคั่งลาภผลต่างจะทวีคูณ เป็นเงาตามตัว
  9. ใจกลางที่ปลูกบ้าน หรือศูนย์กลางหลุมศิลาฤกษ์/หลุมเสาเอก ไม้ขนุน มีความหมายว่า สนับสนุน จะมีผู้เกื้อหนุน ค้ำชูให้เจริญ รุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

วิธีการตอกไม้มงคลทั้ง ๙ ชนิด

มีกกฎเกณฑ์ตามประเพณีโบราณที่ใช้หลักมหาทักษานำมาประกอบการจัดลำดับของไม้มงคลตามทิศมงคลของแต่ละวัน โยเมื่อได้ฤกษ์ยามมงคลที่สมพงษ์ตามดวงชาตาของเจ้าของบ้านแล้ว ก็ต้องดูว่าวันมงคลที่ได้มานั้น ตรงกับวันใดในสัปดาห์ทั้ง 7วัน  และก็ดูทิศที่เป็น”ศรี”ประจำวันของวันนั้น (ดูจากภาพประกอบ)ทำการตอกไม้มงคลต้นแรกลงไปตามชนิดประจำทิศของไม้นั้นและตามทิศที่เป็นศรีประจำวันของวันนั้น โดยท่านสามารถดูได้จากแผนผังประกอบ แล้วก็ตอกเรียงลำดับตาม”ทักษิณาวัตร”(เวียนขวา)ไปจนครบ 8 ทิศ แล้วสุดท้ายก็ตอกตรงหลุมกลางถือว่าเป็นอันสิ้นสุด วนเข้าไปคล้ายเป็นรูปขดหอยสังข์ซึ่งแสดงถึงความเป็นศิริมงคลสูงสุด  ดังนั้นทิศดังกล่าวในแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน  โดยเฉพาะหากตอกผิดทิศก็อาจจะตกทิศกาลกิณีของวันนั้นเข้าก็จะไม่เป็นมงคล และหากเวียนผิดทางหรือเวียนไปทางซ้ายก็จะเป็น “อุตราวัตร” ก็ไม่เป็นมงคล เหมือนกับการเวียนศพเข้าสู่เมรุ อันนี้ก็ต้องระวัง  ส่วนไม้มงคลที่ผ่านการทำพิธีโดยครูบาอาจารย์ก่อนก็จะยิ่งดี โดยการลงอักขระยันต์มงคลต่างๆกำกับเอาไว้เพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็นิยมลงคาถากระทู้ 7 แผนก หรือลงคาถาหัวใจพระอิติปิโส ได้แก่ อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ เป็นต้น

ส่วนอิฐทอง นาก เงินคืออิฐทาด้วยสีทอง สีนาก สีเงิน ซึ่งปัจุบันก็มีผู้ทำจำหน่ายสำเร็จรูป แถมมีคำมงคลต่างๆประกอบด้วย และ ก็มักจะนำมาประกอบพิธีเพื่อเน้นเรืองโภคทรัพย์ และลาภผลต่างๆ โดยมีวิธีการจัดวางเป็นลำดับตามทิศมงคล โดยทำการวางลงบนหัวไม้มงคลที่ตอกลงไปแล้ว แล้วเจิมด้วยแป้งเจิม ปิดทองคำเปลว ส่วนมากการใช้อิฐมงคลนี้มักจะใช้ในพิธีวางศิลาฤกษ์ส่วนพิธีอื่นไม่นิยมใช้เท่าใดนัก