***ที่นี่เป็น WebSite แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) จากคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ของพราหมณ์-ฮินดู (Vedic Astrology) ที่สืบทอดมากว่า 5,000 ปี ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูงที่ละเอียด แม่นยำ มีทฤษฎีที่เป็นวิทยาศาสตร์และเชื่อถือได้มากที่สุด สอบถาม โทร. 085-832-8228***

การใช้ฉากบังตาในการเสริมฮวงจุ้ย

หลักวิชาฮวงจุ้ยกล่าวเอาไว้ว่า ถ้าหากมีทางเดินจากจุดของห้องรับแขกไปถึงประตูห้อง และหากตรงข้ามของห้องรับแขกมีระเบียงหรือชานยื่นออกไปข้างนอกบ้าน หรือเป็นหน้าต่าง ลักษณะอย่างนี้ก็ควรจะติดตั้งฉากบังตาในระหว่างห้องรับแขกและทางเดินในบ้าน เพื่อที่จะป้องกันชี่ของห้องรับแขกที่กระจายออกไป และหากห้องลักษณะนี้แต่ไม่ได้รับการติดตั้งฉากบังตาที่ถูกต้องก็จะมีผลกระทบต่อโชคลาภของผู้อยู่อาศัย  การติดตั้งฉากบังตาจะช่วยไม่ให้โชคลาภรั่วไหลออกไป

ในการติดตั้งฉากบังตาตาหลักฮวงจุ้ยควรจะคำนึงถึงหลักดังนี้

1.ลักษณะของฉากบังตาที่ถูกต้องก็ควรจะมีลักษณะของการบิดบังในแถบกึ่งกลางค่อนลงไปด้านล่าง เพื่อป้องกันความชื้นจากด้านนอก ส่วนด้านบนอาจจะปล่อยโล่งไว้เพื่อให้อากาศไหลเวียนสะดวก หรืออาจจะใช้กระจกใสหรือขุ่นเป็นส่วนประกอบก็ได้

2. ฉากบังตาโดยทั่วไปควรใช้วัสดุที่ใส โปร่งและโล่ง และไม่ควรใช้วัสดุทึบแสง เพราะในบ้านเรือนทั่วไปมักจะมีแสงสว่างน้อย  ควรจะต้องใช้แสงสว่างจากธรรมชาติเข้าช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในห้อง

3.ขนาดของฉากบังตาไม่ควรที่จะเตี้ยหรือสูงมากจนเกินไป ควรจะมีขนาดพอดี ส่วนมากมักจะใช้ขนาดสูงประมาณ 2เมตร หรือด้านล่างอาจจะทำเป็นชั้นเก็บของเตี้ยๆสูงประมาณ 88 ซม. ด้านบนอาจตกแต่งเป็นชั้นโชว์ของตกแต่งต่างๆ  ถ้าหากออกแบบให้ม่านบังตามีความสูงมากเกินไป คนที่อยู่ในห้องก็จะเกิดความรู้สึกถูกกดดัน ในหลักฮวงจุ้ยกำหนดว่า หากทำม่านบังตาของห้องรับแขกสูงมากจนเกินไป ก็จะเป็นการสกัดกั้นพลังชี่ที่สดชื่นที่ไหลมาจากภายนอก หากต่ำเกินไปก็จะไม่เกิดผลใดใดทางทางฮวงจุ้ยและประโยชน์ใช้สอย

 

4. ฉากบังตาของห้องรับแขกควรได้รับการตกแต่งให้สะอาด เรียบร้อย และโล่งโปร่งเป็นหลัก และไม่ควรที่จะวางสิ่งของเกะกะรอบๆบริเวณของฉากบังตา มิฉะนั้นก็จะเป็นการทำลายฮวงจุ้ยของห้องรับแขก แต่ถ้าหากห้องรับแขกมีลักษณะมืดทึบและไม่สามารถแก้ไขได้โดยทางอื่น สมควรใช้วัตถุมงคลแก้ฮวงจุ้ย เช่น กิเลนคู่ กระจก แก้วใส ฯลฯ เป็นต้น

5.โดยทั่วไปฉากบังตาไม่ควรจะอยู่ใกล้หน้าต่างมากจนเกินไป ส่วนด้านนอกของฉากบังตาเราสามารถประดับด้วยโคมไฟ ชนิดต่างๆได้เพื่อความสวยงามและเพิ่มแสงสว่าง

6.พื้นผิววัสดุของฉากบังตา ควรจะใช้สีโทนสว่างและดูอบอุ่น ทำให้ดูรู้สึกอบอุ่นและสดชื่น

7.ด้านนอกของฉากบังตาเราสามารถใช้เฟอร์นิเจอร์เช่นโต๊ะเล็กๆ หรือชั้นวางของมาวางตกแต่งได้ แต่ต้องคำนึงถึงขนาดพื้นที่ใช้สอยและขนาดของเครื่องเรือนที่จะวาง โดยหลักๆแล้วไม่ควรวางแล้วรู้สึกเกะกะ กีดขวางทางเข้าออกเป็นใช้ได้

8.การทำฉากบังตาที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยผสมผสานกับความสวยงามอย่างลงตัว อาจจะมีการตกแต่งเพิ่มเติมด้วยกระถางดอกไม้  ภาพของครอบครัว หรือรูปภาพทิวทัศน์ต่างๆ

9.วัสดุที่นำมาทำประกอบเป็นฉากบังตานั้น จะต้องเป็นวัสดุที่ทนทาน และเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย และไม่สกปรกเปรอะเปื้อนได้ง่าย  และหากต้องการที่จะแบ่งพื้นที่ระหว่างห้องรับแขกโดยใช้ฉากบังตาเป็นตัวแบ่ง เราอาจะช่วยแบ่งห้องให้เป็นมุมเล็กๆโดยเปลี่ยนสีพื้นหรือยกระดับพื้นให้แตกต่างกันระหว่างห้องรับแขกและห้องที่มีฉากบังตากั้น