***ที่นี่เป็น WebSite แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) จากคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ของพราหมณ์-ฮินดู (Vedic Astrology) ที่สืบทอดมากว่า 5,000 ปี ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูงที่ละเอียด แม่นยำ มีทฤษฎีที่เป็นวิทยาศาสตร์และเชื่อถือได้มากที่สุด สอบถาม โทร. 085-832-8228***

นทิ เป็นหนึ่งในกูฏะสำคัญในการทำการคำนวณหาดวงคู่สมพงษ์สำหรับการแต่งงาน (มหากูฏะ) ของคู่บ่าวสาว ในโหราศาสตร์พระเวทหรือโหราศาสตร์ภารตะ “นทิ”จะเป็นตัวสำคัญในการบ่งบอกถึง ความเข้ากันได้ระหว่างเชื้อสาย พันธุกรรม กรรมพันธ์และสุขภาพของดวงชาตาของคู่ชายหญิงที่จะแต่งงานกัน  จาก 36 คะแนนในการคำนวนหาดวงคู่สมพงษ์ระหว่างชาย-หญิงในการสมรส นทิมีคะแนนถึง 8 คะแนนจาก 36 ซึ่งถือว่ามีผลมากเกือบ 1 ใน 4 ของผลรวมคะแนนสำหรับหาดวงคู่สมพงษ์  นทิจึงถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการคำนวนตามหลักโหราศาสตร์ นระบบมหากูฏะนี้

ความขัดแย้ง ระหว่างสอง”นทิ”ของ ชาย-หญิง เรียกว่าเป็น “นทิโทษ” และ โดยหลักทั่วไปถือว่าเป็นโทษที่รุนแรงสำหรับการแต่งงาน

 


“นทิโทษ” จะเกิดขึ้นได้ถ้าชนมจันทร์(จันทร์กำเนิด)ของชายและหญิงสถิตย์ภายในราศี,หรือนักษัตร,หรือนวางศ์ เดียวกันถือว่าเป็น นทิโทษ

การคำนวณหา นทิโทษ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเริ่มต้น(อัทธะ) กลาง(มัธยะ) และส่วนปลาย (อันตระ) โดยคำนวณมากจากหลักของอายุรเวท ที่แบ่งอารมณ์สมุฐานของมนุษย์ออกเป็นสามส่วน คือ (1) วาตะ หมายถึงอารมณ์ที่ไม่เป็นแก่นสาร คือส่วน อัทธะ(2) ปิตะ อารมณ์ร้อนแรงฉุนเฉียว คือส่วน มัธยะ  (3) เศลษม อารมณ์เฉื่อยชาเฉยเมย คือส่วน อันตระ

ซึ่งชายและหญิงนักษัตรกำเนิดตกในอารมณ์สมุฏฐานเดียวกันจะสมรสกันไม่ได้ เช่น ชายตกปิตะและหญิงตกปิตะเช่นเดียวกันจะไม่เป็นมงคลแก่การสมรส หาความราบรื่นในชีวิตสมรสได้ยาก และควรจะตกอารมณ์สมุฏฐานต่างกันจึงจะถือว่าไม่เป็นนทิโทษ และชีวิตสมรสจะราบรื่นไปด้วยดี

ซึ่งการจัดหมวดหมู่ของนทิทั้ง 3 ส่วนตามนักษัตร มีดังนี้ –

(1)  ส่วนเริ่มต้น(อัทธะ) วาตะ หมายถึงอารมณ์ที่ไม่เป็นแก่นสาร มีนักษัตรดังนี้ – อัศวินี,อารทรา,ปุนรวสุ,อุตรผลคุนี,หัสตะ,เชษฐะ,มูลละ,ศตภิษก,ปูรพภัทร

(2)  กลาง(มัธยะ) ปิตะ อารมณ์ร้อนแรงฉุนเฉียว มีนักษัตรดังนี้ –ภรณี,มฤคศิระ,ปุษยะ,ปูรพผลคุนี,จิตตะ,อนุราธะ,ปูรพาษาฒ,ธนิษฐะ,อุตรภัทร

(3)  ส่วนปลาย (อันตระ) เศลษม อารมณ์เฉื่อยชาเฉยเมย มีนักษัตรดังนี้ –กฤติกา,โรหินี,อาศเลษะ,มาฆะ,สวาติ,วิศาขะ,อุตราษาฒ,ศรวณะ,เรวดี

ผลร้ายของ”นทิโทษ” ทางโหราศาสตร์ภารตะเชื่อว่าจะทำให้เกิดบุตรหลานที่พิการหรือไม่แข็งแรง เจ็บป่วยบ่อยหรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับพันธุกรรม แต่อย่างไรก็ตามโหราจารย์ชาวอินเดียบางท่านมีมติและสรุปข้อยกเว้นสำหรับนทิโทษดังนี้

  1. หากดวงชาตาชายหญิง มีดาวจันทร์สถิตย์ราศีเดียวกันแต่ต่างนักษัตรกัน จะไม่เป็น นทิโทษ
  2. และในทางกลับกัน หากชายหญิงเกิดภายใต้นักษัตรเดียวกันแต่ต่างราศีกัน ก็จะไม่เป็น นทิโทษ เช่นกัน
  3. และหากชายหญิงเกิดภายใต้นักษัตรเดียวกัน ราศีเดียวกัน แต่นวาศ์ต่างกัน ก็จะไม่เป็น นทิโทษเช่นกัน
  4. สำหรับดวงชาตาชายหรือหญิงที่มีนทิโทษ โหราจารย์ควรตรวจสอบเรือนที่ 5 (ภพปุตตะ) ของทั้งสองเพราะเป็นเรือนที่เกี่ยวกับบุตรว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่
  5. นอกจากนี้ควรตรวจสอบตำแหน่งดาวพฤหัสของทั้งสองคนว่ามีตำแหน่งเสียหรือไม่ เพราะดาวพฤหัสคือ ปุตตะ การกะ (ดาวที่มีความหมายถึงการมีบุตร)
  6. นทิโทษ ยังบ่งบอกถึงความตายของคู่สามี-ภรรยา หากคนใดคนหนึ่งมีนทิโทษ ที่ตกลงในส่วนกลาง(มัธยะ)และส่วนปลาย (อันตระ)
  7. หากคู่สมรสชาย-หญิงได้ศุภผลจากราศีกูฏะ ผลร้ายของนทิโทษจะหมดสิ้นไป
  8. หากดาวเคราะห์เจ้าเรือนชนมราศี(เจ้าเรือนลัคน์)ของคู่สมรสชาย-หญิงเป็นดาวเคราะห์เดียวกัน ผลร้ายของนทิโทษจะหมดสิ้นไป
  9. หากดาวเคราะห์เจ้าเรือนชนมราศี(เจ้าเรือนลัคน์)ของคู่สมรสชาย-หญิงเป็นมิตรกัน ผลร้ายของนทิโทษจะหมดสิ้นไป

ผลกระทบที่เลวร้ายจาก “โทษ” ต่างๆในดวงชาตาสามารถลดลงได้ ด้วยวิธีการทางโหราศาสตร์ของฮินดู เช่น พิธีบูชาเคราะห์ , การใช้ยันต์ต่างๆในการแก้ดวงชาตา , การใช้อัญมณีมาเป็นเครื่องประดับ ,การสวดมนต์ และ การทำการกุศลเป็นต้น