***ที่นี่เป็น WebSite แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) จากคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ของพราหมณ์-ฮินดู (Vedic Astrology) ที่สืบทอดมากว่า 5,000 ปี ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูงที่ละเอียด แม่นยำ มีทฤษฎีที่เป็นวิทยาศาสตร์และเชื่อถือได้มากที่สุด สอบถาม โทร. 085-832-8228***

ตำราบูชาดวงชะตากำเนิด

 

โดย ขุนอนุยุตร์กนกกรรม (ขาว ปานโชติ)

คำนำ

ตำราดวงชะตาชื่อพิชัยสงครามนี้ เป็นตำราเก่าแก่สืบมาแต่บรมโบราณ พระโบราณาจารย์ท่านสรรเสริญไว้ว่า ถ้าผู้ใดนับถือกระทำตามอุปเท่ห์ที่ท่านกล่าวไว้ อาจอำนวยผลให้ผู้นั้นบรรลุอิฎฐวิบูลผล คือ ลาภ ยศ สรรเสริญความสุขสวัสดี แม้ดวงชะตาต้องกาลกรรณีหรือ พระเคราะห์ร้ายประการใด ๆ ก็อาจบรรเทาให้เบาลงได้ และอาจคุ้มเสนียดจัญไรอุปัทวันตรายต่าง ๆ อันเป็นปัจจุบันโทษ พระโบราณาจารย์ท่านนับถือสรรเสริญว่าศักดิ์สิทธิ์นัก ที่กล่าวนี้ก็กล่าวตามตำรามิได้ต่อเติมเสริมความตามอัตตโนมัติให้พิสดารแต่ ประการใด เป็นแต่ดัดแปลงถ้อยคำให้เข้าใจง่ายเท่านั้น ข้าพเจ้าใคร่จะรักษาของโบราณไว้มิให้สาบสูญ จึงให้พิมพ์ขึ้นไว้เป็นที่ระลึกสำหรับแจกปันแก่สานุศิษย์มิตรสหายบรรดาที่มี ความสนใจในทางนี้ แต่ตำราชนิดนี้จะนำไปทดลองพิสูจน์ให้เห็นเหตุผลเหมือนกับทางวิทยาศาสตร์ไม่ ได้ ต้องอาศัยทางจิตตานุภาพยึดคุณพระรัตนตรัยเป็นหลัก จึงอาจเห็นผลประจักษ์ตามตำรากล่าว แม้ในทุกวันนี้ การบูชานพเคราะห์และสดุดีสังเวยก็ยังคงใช้อยู่ในพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น แต่

จะอย่างไรก็ตาม ตำรานี้ก็ไม่นำความเสียหายมาให้แก่ผู้นิยมนับถือ ย่อมเป็นไปในทางเจริญสิริมงคลอย่างเดียว เพราะฉะนั้น ขอท่านผู้ได้รับตำราเล่มนี้ จงเชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัย ทำใจให้เป็นจิตตานุภาพ ก็อาจจะได้บรรลุผลสมความปรารถนาทุกประการ

ขุนอนุยุตร์ ฯ

 

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2474

 

การผูกดวงชะตาขึ้นบูชานี้ ไม่ใช่พิธีที่พึ่งจะนิยมขึ้นในสมัยใหม่ เป็นลัทธิเก่าที่นิยมกันมาแต่ครั้งโบราณนานนักหนาแล้ว แต่มักจะนิยมกันอยู่ในหมู่ชนชั้นสูง ไม่แพร่หลายไปถึงคนสามัญชั้นล่าง มีชนชั้นกลางนิยมกันบ้างไม่สู้มากนัก เพราะดวงชะตาสำหรับบูชานี้ ไม่ใช่กระทำหรือผูกกันได้ง่าย ๆ เหมือนกับดวงชะตาที่ทำนายทุกข์โศกโชคลาภ และอีกประการหนึ่งท่านที่กระทำหรือผูกได้ ท่านก็ไม่ค่อยจะยินดีเผยแผ่เกียรติคุณของท่านให้ปรากฏแพร่หลาย ท่านมักจะเลือกทำให้แต่เฉพาะชนชั้นสูงและสานุศิษย์บางคนที่ท่านรักใคร่ ซึ่งท่านเห็นว่ามีความเลื่อมใสสุจริตมั่นคงอาจรักษาเกียรติคุณไว้ได้ และเป็นผู้นับถือจริง เคารพจริง ต้องการจะบูชาจริง ๆ ฉะนั้น การบูชาดวงชะตาจึงไม่ค่อยแพร่หลายไปถึงชนทุกชั้น

 

 

(ตีพิมพ์ลงในพยากรณสาร)

 

ก็อันว่าดวงชะตาที่ผูกขึ้นสำหรับบูชา นี้เรียกกันว่าดวงพิชัยสงคราม โดยมีเรื่องเก่าเล่ากันมาว่า ครั้งหนึ่ง (ศักราชไม่ปรากฏ) พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง (ชาติใด ภาษาใด นามใด ไม่ปรากฏ) ถูกข้าศึกล้อมเมืองไว้ จะหนีก็ไม่มีทางออก จะต่อสู้กำลังพลก็น้อยกว่าข้าศึกมาก เมื่อเข้าที่คับขันเช่นนี้ ให้ประชุมมุขมนตรีปรึกษาการที่จะป้องกันพระนคร แต่ก็ไม่มีผู้ใดออกอุบายประการใด จึงท่านขุนโหรคนหนึ่งกราบทูลสรรเสริญพรรณนาคุณานุคุณของการบูชาดวงชะตา กำเนิดขึ้นว่า ในคัมภีร์โหราศาสตร์ท่านสรรเสริญคุณไว้เป็นอเนกประการว่า ถ้าบุคคลผู้ใดได้ผูกดวงชะตากำเนิดของตนขึ้นไว้บูชาโดยอาการอย่างใดอย่าง หนึ่งก็ดี บุคคลผู้นั้นจะประสพผลเป็นทิฏฐธรรมเวทนีย์ (ได้ผลทันตาเห็น) โดยแม่นแท้ คือจะอุดมสมบูรณ์ด้วย อายุ วรรณ สุขะ พละ และ ลาภ ยศ ความสรรเสริญความสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลในชาติปัจจุบันทันตาเห็น อาจคุ้มครองป้องกันมิให้ผู้นั้นตกต่ำด้วยอำนาจคุณพระรัตนตรัย แล้วขุนโหรกราบทูลต่อไปว่า บัดนี้บ้านเมืองก็เข้าที่คับขันอยู่แล้ว ถ้าทรงโปรดให้ผูกดวงพระชะตาขึ้นแล้วทรงบูชาด้วยความเคารพในคุณพระไตรรัตน์ ตามอุปเท่ห์ของโบราณาจารย์ ก็อาจสามารถจะอุปัตถัมภ์พระบารมีให้ทรงพระเดชานุภาพ เป็นที่เกรงขามแห่งอริราชศัตรู ทั้งอาจเชิดชูพระเกียรติยศให้ปรากฏไปมีชัยแก่ข้าศึก อาจปราบหมู่ปัจจนึกให้ปลาดพ่ายแพ้ไปได้ ด้วยอำนาจคุณพระรัตนตรัยอภิบาลบำรุงรักษาเป็นมั่นคง อย่าทรงพระปริวิตกเลย

 

เมื่อได้ทรงฟังขุนโหรกราบทูลเช่นนั้น จึงรับสั่งให้ตั้งพิธีผูกดวงพระชะตาขึ้นในทันใด ครั้นขุนโหรคำนวณเสร็จและลงตัวพระเคราะห์ในยันต์ตามคัมภีร์เรียบร้อยแล้ว จึงทรงกระทำสักการบูชาโดยเคารพ  ขอคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง แล้วทรงยกพลออกต่อสู้ข้าศึก ก็เผอิญให้ข้าศึกครั่นคร้ามพระเดชานุภาพปราชัยพ่ายแพ้ไปหมด แต่นั้นมาจึงเรียกดวงชะตานี้ว่า ดวงพิชัยสงคราม เหตุที่มีชัยชะนะราชไพรีเพราะได้บูชาดวงชะตานี้ ที่จริงดวงพิชัยสงครามก็คือ ดวงชะตาที่สำหรับพยากรณ์กันนี่เอง แต่คำนวณละเอียดวิตถารพิสดารออกไป ทุก ๆ พระเคราะห์ลงตัวเลขที่เป็นผลลัคน์มัธยมสมผุสทั้งสิบพระเคราะห์ แสดงราศี, องศา, ลิปดา, ฤกษ์, ดฤถี และนาฑีทั้งสิบพระเคราะห์ ตลอดกระทั่งส่วนนวางค์ ตรียางศ์ที่ลักขณาเกาะเกี่ยวอยู่ละเอียดที่สุด กระทั่งอินทภาษบาทจันทร์เคราะห์รูปเคราะห์สม

 

ส่วนการที่จะนำดวงพิชัยสงครามขึ้นสู่ที่บูชานั้น ท่านกล่าวอุปเท่ห์ไว้หลายอย่างต่างวิธี ตามคติที่นิยมใช้กันต่อ ๆ มา วิธีหนึ่งท่านให้เอาไม้ศรีมหาโพธิ์มาแกะเป็นพระห้ามสมุทร ส่วนสูงตั้งแต่พระบาทถึงพระเกศ ท่านกำหนดไว้ 11 นิ้ว หรือ 13 นิ้ว แล้วเอาแก่นขนุนมาทำฐาน ในฐานนั้นให้คว้านเสียพอบรรจุดวงชะตาได้ ให้เอาไม้นนทรีมาทำกระดานอุดฐานที่คว้านออก แล้วเอาเงินหนัก 1 บาท มาแผ่ให้บางลงดวงพิชัยสงคราม (คือดวงชะตากำเนิดของตนเอง) แล้วลบดวงชะตานั้นด้วยชาดหรคุณ เวลาจะบรรจุดวงชะตาท่านให้บรรจุธาตุพระสีวลี (พระฉิม) ลงไปด้วย และเอาจันทน์เทศ กฤษณา มากรางใส่ ลงไปด้วย มีหัวแหวนเพ็ชรนิลจินดานพเก้าใส่ลงไปด้วยก็ยิ่งดี เวลาจะบรรจุดวงชะตาให้ดูฤกษ์ยามดี เมื่อทำเสร็จแล้วให้แต่งบายศรีซ้ายขวาพร้อมด้วยเครื่องสักการบูชากระยาบวด นิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป มาฉันสมโภช เสร็จแล้วประดิษฐานพระห้ามสมุทรไว้ในที่เบื้องสูง ดาดเพดานด้วยผ้าขาว บูชาด้วยข้าวตอกดอกไม้ธูปเทียนเสมอเป็นนิตย์

 

อีกวิธีหนึ่ง ท่านให้ลงดวงพิชัยสงครามในแผ่นทองหรือแผ่นเงิน หรือจะลงในผืนผ้าหรือแผ่นกระดาษก็ได้ บางอาจารย์ใช้หลอมตะกั่วเป็นแท่งสี่เหลี่ยมให้เป็นแอ่งลึกตอนกลาง แล้วลงดวงชะตาในแอ่งนั้น และในแอ่งนั้นใช้น้ำมันมะพร้าวเจือน้ำมันหอม ตามเป็นประทีปบูชาพระเสมอเป็นนิตย์ไม่มีเวลาดับตลอดกาล

 

วิธีลงดวงชะตาพิชัยสงครามสำหรับบูชา ที่กล่าวมานี้ จะเลือกใช้วิธีใดก็ได้ตามใจสมัครคงได้ผลเท่ากัน ข้อสำคัญมีอยู่ตรงตั้งใจบูชาโดยเคารพจริง ๆ และหมั่นบูชาทุกวันเสมอเป็นนิตย์อย่าให้ขาด ขออำนาจคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ก็จะได้บรรลุซึ่งศุภผลให้ประจักษ์ทันตาเห็นดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ในตำราท่านอ้างถึงบุคคลครั้งกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมากมายหลายท่าน คือ พระอาจารย์เทียนมหาเถรวัดงู พระยาเดโช หลวงสารภักดีชาตอง พระยาราชภักดี นายเทียน นายสาย นายสังฃ์ ว่า ท่านเหล่านี้ล้วนได้บูชาดวงพิชัยสงคราม และต่างคนต่างก็ได้บรรลุยศศักดิ์อรรคฐานด้วยกันทุกท่าน ที่กล่าวมานี้ก็กล่าวตามตำราท่านสรรเสริญไว้ แต่ขอให้เข้าใจว่าบรรดาบุคคลที่กล่าวในตำราที่ท่านอ้างมานี้ ใช่ว่าเพียงแต่ท่านได้บูชาดวงชะตาแล้วก็จะได้ประสพผลยศศักดิ์อรรคฐานสมใจนึก เมื่อไรต้องอาศัยประกอบคุณงามความดีอีกส่วนหนึ่งด้วย และใช่ว่าพอบูชาได้สักเดือนสักปีก็จะคอยให้ลาภยศไหลมาเทมาดังใจนึกก็หาไม่ ต้องหมั่นบูชาเคารพด้วยความเชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัยเสมอทุกวันอย่าให้ขาด ด้วยอำนาจคุณพระรัตนตรัยทั้งสามประการ จะอุปัตถัมภ์ดลบันดาลให้เกิดสิริมงคลแก่ตน เมื่อสิริมงคลเกิดแก่ตนแล้ว อันว่า ลาภ ยศ ความสรรเสริญ ความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลก็จะค่อยมีมาเป็นลำดับสมดังมโนรถความปรารถนาทุก ประการ

 

ส่วนคาถาที่บูชาดวงชะตานั้น ก็คือ พาหุงทั้ง 8 บท นั่นเอง แต่ท่านวางอุปเท่ห์ไว้ดังมีแจ้งต่อไปนี้


 

วิธีบูชาถวายพรพระ

 

สวดพาหุงจนไปถึงบททุคคา เมื่อสวดจบแล้วตนจะประสงค์สิ่งใด ๆ ก็ดี จงตั้งจิตอธิษฐานเอาตามความประสงค์ของตนเถิด ก็อาจสมประสงค์ของตนได้ ถ้ากระทำบูชาได้ทุกวันมิได้ขาดเลย ก็อาจจะเห็นผลประจักษ์ ท่านว่าเป็นบุญลาภอันประเสริฐอย่างยิ่ง มีคุณทั้งในโลกนี้และโลกหน้าเป็นเที่ยงแท้

 

คาถาที่จะสวดบูชาจำเพาะบางอย่างแยกไว้ดังกล่าวต่อไปนี้

 

  1. สวดบทพาหุง ศัตรูหมู่ร้ายจะยำเกรงพ่ายแพ้อำนาจแก่ตน ครั้นภายหลังศัตรูจะกลับจิตเมตตาเข้ามาเป็นมิตร และมีน้ำจิตจะนำลาภผลมาบูชาแก่ตัวเราเสมอ ๆ ด้วยอำนาจเจริญพาหุง ฯ
  2. สวดบทมาราติเร อาจจะคุ้มภูตผีปีศาจอันตรายอันร้ายแรง ภูตผีจะทำอันตรายแก่เรามิได้ จะพ่ายแพ้ยำเกรงไปเอง แล้วจะกลับใจมารักใคร่ซึ่งตัวเราโดยอำนาจตั้งใจเจริญมาราติเร ฯ
  3. สวดบทนาฬาคิริง จะผจญกับศัตรูที่จะมาทำร้าย ก็พ่ายแพ้กลัวอำนาจแก่เรา ครั้นภายหลังจะกลับมาเป็นมิตร จะมีจิตรักเราเป็นอันดี ลาภผลก็จะมีมาเนือง ๆ ด้วยอำนาจเจริญนาฬาคิริง ฯ
  4. สวดบทอุกขิตตะขัค แม้จะไปต่างถิ่นหรืออยู่ในที่ใด ๆ ก็ดี แม้อยู่ในที่นั้นหมั่นเจริญอยู่เสมอ ๆ บุคคลหรือภูตปีศาลในที่นั้นจะมีเมตตาเรา แล้วจะป้องกันรักษาซึ่งตัวเราให้มีความสุขเจริญทั้งลาภผลด้วยอำนาจเจริญอุก ขิตตะขัค ฯ
  5. สวดบทกัตวานะกัฏฐะ ถ้ารู้ว่าผู้ใดเป็นศัตรูแก่เราก็ดี เมื่อเจริญกัตวานะกัฏฐะ แล้วตั้งจิตระลึกถึงศัตรูผู้นั้น ศัตรูก็มีจิตละอายแก่เรา ไม่สามารถทำร้ายแก่เราได้ แล้วก็จะกลับใจมาเป็นมิตรเราด้วย ฯ
  6. สวดบทสัจจังวิหา แม้จะกล่าวถ้อยคำสิ่งใด ๆ ก็ดี แก่คนทั้งหลาย ๆ จะมีความเชื่อถือแล้วมีความเมตตาแก่ตนทั้งลาภผลเจริญดีด้วยอำนาจเจริญสัจจัง วิหา ฯ
  7. สวดบทนันโท จะบำบัดเสียซึ่งอสรพิษ เช่น ตะขาบ แมลงป่องและสัตว์ที่มีพิษต่าง ๆ จะไม่มีจิตมาเบียดเบียนแก่เราเลย ตั้งใจสวดบทนันโทอาจดับพิษได้ต่าง ๆ ฯ
  8. สวดบททุคคาหะทิฏฐิ จะผจญเสียซึ่งอมนุษย์เทวดาที่เป็นมิจฉาทิฏฐิจะมาคิดร้ายแก่เรานั้นก็พ่ายแพ้ อำนาจแก่เราไปเอง แล้วภายหลังท่านทั้งหลายนั้นก็จะกลับจิตมีความเมตตา จะพิทักษ์รักษาให้เรามีความเจริญ ด้วยอำนาจเจริญบททุคคา ฯ

 

เมื่อบุคคลผู้ใดเป็นศัตรูแก่เรา ท่านให้เขียนชื่อศัตรูผู้นั้นใส่ในกระดาษทำเป็นไส้เทียนจุดบูชาพระ อีกอย่างหนึ่งเขียนชื่อศัตรูในกระดาษเอานั่งทับไว้ แล้วตั้งใจเป็นเมตตาจิตถวายพระพระพาหุงถึงทุคคาครบ 8 บท เมื่อจบแล้วเอาชื่อศัตรูขยำน้ำเสีย ศัตรูผู้นั้นจะทำร้ายหรือทำอันตรายแก่เรามิได้เลย ครั้งภายหลังศัตรูผู้นั้นจะกลับจิตมาเป็นมิตรแก่เรา แล้วก็จะนำลาภผลมาบูชาแก่เรา

 

ถ้าจะให้เป็นเสน่ห์แก่ท้ายพระยา ขุนนาง สมณะชีพราหมณ์ ประชาชนทั้งหลาย และพ่อค้าพาณิช ท่านให้เขียนชื่อของเราใส่ในกระดาษแล้วเอาเครื่องหอมประพรมที่ชื่อของเรา แล้วใส่ในอุ้มมือของเรา แล้วตั้งจิตถวายพรพระด้วยบทพาหุงถึงทุคคาครบ 8 บท จบแล้วเอาชื่อของเราจุ่มลงในน้ำ ขอเดชอำนาจพระสมุทรวารี ทั้งคุณศรีพระรัตนตรัย จงมาบันดาลดลให้สมประสงค์ แล้วมาบำรุงรักษา ซึ่งตัวข้าพเจ้าให้ปราศจากสรรพทุกข์โศกโรคภัยอันตรายต่าง ๆ ทั้งศัตรูหมู่ร้ายก็ให้พ่ายแพ้อำนาจ ดุจดังพระยามาราธิราชแพ้อำนาจด้วยบารมี 30 ทัศของพระพุทธเจ้าฉะนั้น แล้วขอเดชานุภาพพระไตรรัตนาธิคุณอีกอดุลเทพยมหิทธิศักดิ์ทั่วสากล จงมาบันดาลดลอภิบาลรักษา ซึ่งข้าพเจ้าให้ประกอบด้วยสุข สมบัติ บริวาร ยศ ให้ปรากฏเกียรติคุณสุนทร อำนาจ สรรพสิ่งที่มุ่งมาด จงสมประสงค์ประสิทธิโดยทันทีแก่ข้าพเจ้านี้ด้วยเทอญ ฯ สวดตามธรรมดาควรจะสวดนะโมสะระณาคมน์อิติปิโสและพาหุง ทั้ง 8 บท ทุกวันอย่าให้ขาด สวดตามกำลังวันด้วยยิ่งดีนักแล ฯ

 

คาถาบูชาดวงชะตา

 

  1. พาหุง สหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเต ชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ ฯ
  2. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาละวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนิน ตันเต ชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ ฯ
  3. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุธารุณันตัง เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเต ชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ ฯ
  4. อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุธารุณันตัง ทาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเต ชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ ฯ
  5. กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฎฐะวะจะนัง ชะนะกายะ มัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเต ชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ ฯ
  6. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเต ชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ ฯ
  7. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะ ยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเต ชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ ฯ
  8. ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรหมัง วิสุทธิชุติมิทะพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเต ชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ ฯ
  9. เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะมยยะ นะโร สะปัญโญ ฯ

 

คาถาบทนี้บูชาพระสีวลี (พระฉิม)

 

สีวลี จะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ ตังสะทา ฯ

 

คาถาบทนี้ขอลาภผล

 

สีวะลี จะ มะหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต  โสระโหปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง ภะวันตุเม ลาเภนะ อุตตะโม โสระโหปัจจะยาทิมหิ มะหาลาภัง ภะวันตุ เมฯ

 

------------------------------------------------------------------------------------------