***ที่นี่เป็น WebSite แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) จากคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ของพราหมณ์-ฮินดู (Vedic Astrology) ที่สืบทอดมากว่า 5,000 ปี ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูงที่ละเอียด แม่นยำ มีทฤษฎีที่เป็นวิทยาศาสตร์และเชื่อถือได้มากที่สุด สอบถาม โทร. 085-832-8228***

ปาฎิหาริย์ของดวงพิชัยสงคราม


หลังการที่ทางอาศรมเรารับจัดสร้างดวงพิชัยสงคราม ผ่านมาประมาณปีแรกปีเดียว(พ.ศ.2554) ก็ได้รับแจ้งผลจากหลายๆท่านโดยเฉพาะในเรื่องการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง หลายท่านเห็นผลได้ชัดเจน(ได้ผลแม้แต่เพิ่งเริ่มทำการคำนวนยังไม่ได้ทำการจัดส่งออกไป) ส่วนบางท่านก็ให้คุณเรื่องการงานประสบผลสำเร็จ  บางท่านก็ได้โชคจากการเสี่ยงโชค และหลายท่านก็ได้โชคเรื่องยวดยานพาหนะ เช่นมีคนยกให้ มีคนซื้อให้ ฯลฯ บางท่านก็ได้บ้านใหม่ เท่าที่เห็นก็มีหลากหลาย แต่บางท่านก็เห็นผลชัดในเรื่องการแก้เคราะห์ จากร้ายกลายเป็นดี   

ในการจัดสร้าง มีขั้นตอนซับซ้อนมากมาย ตั้งแต่การเลือกเฟ้นฤกษ์ยาม ในการคำนวน การเลือฤกษ์ยามในการเขียนลงแผ่นยันต์ และการสวดคาถาบรรจุพุทธคุณ การอัญเชิญบารมีครูบาอาจารย์มาประสิทธิ์ประสาท ให้เกิดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ โดยเฉพาะการเขียนดวงชาตาลงในแผ่นยันต์ จะผิดพลาดไม่ได้เลย หากผิดแม้แต่ขั้นตอนเดียว หรือลงอักขระ ตัวอักษรผิดแม้ตัวเดียวก็ต้องเขียนใหม่หมด บางรายก็ต้องเปลี่ยนแผ่นยันต์ใหม่ 3-4 แผ่น /ดวง นับว่าไม่ง่าย ซึ่งในแผ่นดวงนี้ห้ามลบ ห้ามแก้ไข ใดใดทั้งสิ้นโดยเฉพาะดวงใครแรงๆ หรือเจ้ากรรมนายเวรแรงๆ เวลามาลงในแผ่นยันต์แล้ว แทบจะเรียกว่าต้องแก้กันใหม่หลายๆรอบ ทำเอาผมแทบจะอยากจะวางมือเลยจริงๆ  ต้องใช้สมาธิสูงมาก ต้องใช้สติกำกับอยู่ตลอดเวลา เผลอนิดเดียวก็ไม่ได้ เจ้ากรรมนายเวรเล่นเอาให้เขียนผิดจนได้  นี่ก็เป็นเหตุการณ์ปกติ  

ล่าสุดมีเหตุการณ์แปลกๆที่ผิดปกติอยู่สองราย รายแรกชื่อคุณจิรภัทร อยู่สุพรรณบุรี นี่เป็นเหตุการณ์เดือนที่แล้ว ผมส่งไปมาอยู่หลายรอบ เพราะหลังจากลงคาถาและเขียนอักขระลงไปเรียบร้อยแล้ว ทำการสอบทาน 2-3 รอบแล้วจัดส่ง ปรากฏว่าเมื่อไปถึงมือคุณจิรภัทรปรากฏว่า ตัวอักษรที่เป็นชื่อหายไปอย่างไร้ร่องรอย ผมก็เลยแจ้งให้ส่งกลับมาลงคาถาและลงอักขระเพิ่ม  เมื่อได้รับแล้วก็จัดส่งไปให้ใหม่ปรากฏว่า ตัวอักษรที่เขียนเวลาเกิด ว่าเกิดเวลาเท่าไหร่ หายไปทั้งแถบ หายไปแบบไร้ร่องรอย

และเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันนี้ 19 มีค 54 คุณธีรพัชร์ ที่จ.ร้อยเอ็ด ได้รับดวงพิชัยสงครามแล้วก็นำไปใส่กรอบบูชา เมื่อใส่กรอบแล้ว ปรากฏว่าอยู่ๆ ชื่อของคุณ"ธีรพัชร์"ตัว(ร์) หายไปเฉยๆ   เหลือเพียง"ธีรพัช" ก็เลยโทรมาบอกผมว่า อาจารย์เขียนชื่อผมแต่ลืมตัว( ร์ ) ผมก็เลนแจ้งว่า ไม่ลืมหรอก เพราะชื่อคุณผมเขียนไปหลายรอบ ผมจำได้ดี แล้วชื่อแบบนี้คนเขียนตกตัว (ร์) มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้  ดวงคุณผมเปลี่ยนแผ่นยันต์ไป 3 แผ่น และสุดท้ายผมตรวจสอบดูแล้ว ตัวอักษรอยู่ครบ ไม่มีหายไป ตอนแรกผมว่ากะจะถ่ายรูปเอาไว้ด้วย แล้วผมก็เล่าเรื่องของคุณจิรภัทรให้ฟัง ว่ารายนั้นน่ะหายไปหลายรอบ สุดท้ายหายไปเป็นเกือบครึ่งบรรทัดเลย  สรุปว่าคุณธีรพัชร์ก็เข้าใจว่าคืออะไร ผมก็เลยให้ส่งกลับมาลงคาถาใหม่ ผมว่าเหตุการณ์แบบนี้ อาจจะมาจาก การปกป้องคุ้มครองดวงชาตาของดวงพิชัยฯ คือเมื่อเจ้าของดวงมีเหตุการณ์อะไรที่จะเป็นผลร้าย ดวงพิชัยก็เลยทำการขัดขวางเอาไว้ และแสดงนิมิตให้ปรากฏที่แผ่นดวง ตัวอักขระก็เลยหายไป หรือก็มาจากการลงคาถาไม่ครบ ตัวยันต์อาจจะวิ่งไม่ครบรอบ หรือเรียกว่าพลังลัดวงจร อันนี้ก็อาจจะเป็นไปได้  จริงๆแล้วผมไม่ใช่ผู้วิเศษอะไรที่จะเสกเป่าให้ได้ขนาดนั้น แต่คิดว่าคงเป็นเพราะบารมีครูอาจารย์ที่แสดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏ  เพื่อช่วยปัดเป่าเคราะห์กรรม และช่วยปกป้องจากพลังร้ายที่เรามองไม่เห็น

ที่ผ่านมาค่าครูดงพิชัยสงครามทั้งหมด หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วก็นำไปทำบุญทำกุศลทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ได้ทำเพื่อสร้างความร่ำรวยให้แก่ตัวเองก็หาไม่ ทั้งนี้ก็เพียงหวังจะสืบทอดและรักษาวิชาของครูอาจารย์แต่โบราณให้คงไว้ อีกทั้งให้ได้ประโยชน์ในการช่วยเหลือขจัดปัดเป่าทุกข์ภัย ให้กับคนที่มีบุญบารมีทีมีไว้ครอบครอง

ข้อมูลที่ได้รับแจ้งกลับมาในปี 2554 นี้(27 ธค 54) ปรากฎว่า หลายรายได้ผลทางเลื่อนยศ ฐานะตำแหน่ง มีชื่อเสียง หลายรายก็ได้ผลทางลาภลอย หรือก็ได้รถ ได้บ้าน จากที่ไม่เคยมีมาก่อน ก็มีโอกาสได้ซื้อ หรือกู้ธนาคารผ่านแบบง่ายๆ บางรายก็มีโอกาสได้ชำระหนี้สินแบบทั้งๆที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน บางคนก็ขายบ้านได้ราคา ทั้งๆที่สภาพของบ้านไม่น่าจะขายได้ แต่ก็ยังได้ราคาดีบางรายศัตรูแพ้ภัยตัวเอง ต้องยอมแพ้ไปแบบง่ายๆ หรือคิดคดทรยศคุณท่าน ก็ประสบผลกรรมอย่างทันตาเห็น

แต่บางรายก็ได้สมบัติ ลาภลอยแบบฟรี เช่น พระอาจารย์ประสิทธิ์ (หลวงบัง) วัดนก กทม. ผมได้จัดทำดวงพิชัยสงครามถวายท่าน หลังจากนั้นไม่กี่เดือน  ก็มีโยมมาถวายรถเบ็นซ์ (มือ2) ให้กับท่าน อีกท่านหนึ่งเป็นครูอาจารย์ท่านหนึ่ง ผมได้ทำมอบให้ท่าน หลังจากนั้นไม่กี่วันท่านก็ได้เงินทองเข้ามาแก้ปัญหาทางการเงินให้ท่านแบบไม่คาดฝัน  เรื่องราวอัศจรรย์เหล่านี้ ก็มาการที่ท่านเหล่านั้น มีจิตเป็นกุศล หมั่นสวดมนต์ภาวนา หมั่นทำบุญ บริจาคทาน สมาทานศีล5 ไม่ขาดตกบกพร่อง มีสัจจะวาจา ผลแห่งสัจจะอฐิษฐานก็จะต้องสำเร็จผลในทุกๆคน ไม่มียกเว้น


ปาฎิหาริย์ (เมษายน 2555)

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซินแสชาติชาย ภาคอุดม จังหวัดบุรีรัมย์ได้เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ได้บูชาดวงพิชัยสงครามไปเมื่อปีที่แล้วได้กระทำการสวดบูชาสม่ำเสมอมิได้ขาด แม้แต่วันเดียวและก็ได้พบกับสิ่งดีๆเข้ามาตลอด ลูกศิษย์ลูกหาไปมาหาสู่มากมาย และทำการสิ่งใดก็มีคนมาช่วยสนับสนุนอย่าเต็มที่ และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซินแสได้ขับรถไปต่างจังหวัด และขณะขับกลับบ้านพอดีตกช่วงกลางคืน ถนนมืดมาก จนรถประสบอุบัติเหตุเกือบคว่ำตกข้างทาง แต่ก็มีเหตุการณ์ปาฏิหาริย์รถกลับพลิกขึ้นมาบนถนน และจอดนิ่งอยู่ และปลอดภัยดีทุกๆอย่าง และพอกลับถึงบ้านปรากฏว่าดวงพิชัยสงครามที่ได้บูชาอยู่นั้น เกิดอัศจรรย์ตัวอักขระได้หายไปอย่างไร้ร่อยรอย ทั้งที่เมื่อวานก็ยังเห็นได้ชัดเจนอยู่ ก็เชื่อได้ว่าคงเป็นอักขระยันต์พิชัยสงครามและการสวดบูชาสม่ำเสมอได้แสดงปาฎิหาริย์คุ้มครองให้ปลอดภัย และซินแสก็ได้ส่งรูปมาให้ผมดู ตามที่ได้ลงเอาไว้ ซึ่งปกติผมลงดวงพิชัยสงครามจะลงด้วยหมึกปากกาชนิดลบไม่ได้ (ปากกาเขียนแผ่นซีดี) ซึ่งก็ไม่น่าจะหายหรือเลอะเลือนไปได้เลย แต่ก็ต้องบันทึกเอาไว้ว่าเป็นปาฎิหาริย์อย่างหนึ่ง

พิธีกรรมการลงยันต์ดวงพิชัยสงครามของอาจารย์

1.การลงอักขระ เนื่องการลงดวงพิชัยสงคราม มีกรรมวิธีโดยเฉพาะของครูอาจารย์ในแต่ละสาย ซึ่งไม่เหมือนกัน คาถากำกับก็ไม่เหมือนกัน การลงอักขระ มีการลงแบบย่างตาม้าก็มี  เขียนลงจากบนลงล่างก็มี จากขวาไปซ้ายหรือซ้ายไปขาว จากล่างขึ้นบน หรือ จากดวงในเขียนออกไปดวงนอก ฯลฯ

2.การลงพระคาถา อันนี้มีแบบแผนว่าจะต้องเป็นอิติปิโสก่อนเป็นหลัก แล้ว ตามด้วพระคาถาต่างๆ ซึ่งจะไม่กลาวในที่นี้

3.การแก้พื้นดวงชาตา การตัดตัวเสียในดวง เช่นในดวงชาตาของตนบางคนมีดาวเคราะห์เสีย(ให้โทษ)ในดวงชาตา เช่น ดาวสำคัญตกในภพ อริ มรณะ วินาศน์ ดาวเคราะห์อยู่ในลักษณะเบียฬกัน (ให้โทษ) ดาวเจ้าเรือนลัคน์สถิตย์ในทุสถานะภพ ดาวเคราะห์ดับ(เป็นอัสตะ) ดาวเคราะห์สัปยุทธ์กัน (กุมกันสนิทองศา)  ดาวจันทร์เป็นหีนโทษ หรือ กษิณจันทร์ ดาวปาปเคราะห์ เช่น ราหู-เกตุ เบียฬพระเคราะห์สำคัญ ซึ่งตรงนีอาจารย์จะมีวิธีเสริมและแก้ไขไปทีละตัว ซึ่งบางรายอาจจะทำได้หมด แต่บางรายก็ทำได้เฉพาะบางตัว

4.แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับฤกษ์ยามในการลงอักขระเป็นสำคัญ หากฤกษ์ยามไม่ถูกต้องแล้ว การลงคาถาและอักขระก็ไม่เป็นผล เพราะฤกษ์ยามมงคลเป็นบาทฐานของพลังจากจักรวาลทั้งมวล อีกทั้งอาศรมฯเรามีการใช้ฤกษ์ยามชั้นสูงจากโหราศาสตร์พระเวทของพรามหณ์อันศักดิ์สิทธิ์ ในการหาฤกษ์ลงอักขระ อาจารย์จะใช้ฤกษ์ตามหลักคัมภีร์มูหูรตะเป็นหลักในการคำนวณฤกษ์ยามลงอักขระเป็นปฐม  และต้องหลีกเลี่ยงช่วงเวลาร้ายต่างๆ เช่น วันที่จันทร์เสวยฤกษ์ร้าย วันที่พระอาทิตย์ย้ายราศี(สุริยสังกรานมณะ) จันทร์ดับ(อมาวาสี) เวลาโยคร้าย กรณะร้าย ทุรมูหูรตะ วาชระยาม ยมกาล ราหูกาล คัณฑานตะกาล(ช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างกลางวัน-กลางคืน หรือเวลาหลังพระอาทิตย์ตกภายใน 48 นาที) วันที่คราส จันทคราส สุริยคราส ฯลฯ  ซึ่งทังหมดนี้ไม่สามารถลงอักขระดวงพิชัยสงครามได้เลย ดังนั้นอาจารย์ในการจัดทำจึงใช้เวลาค่อนข้างนานคือประมาณ 1เดือน หรือมากกว่า

ผลตอบรับจากผู้ที่นำไปบูชา

จากหลายปีที่ผ่านที่ได้ดวงพิชัยให้ผู้ที่ศัทธาในวิชาสายนี้นับร้อยๆราย ก็ปรากฏว่าได้ผลในเสริมดวงชาตาเกือบทุกๆคน ทั้งได้เลื่อนยศตำแหน่ง กิจการก้าวหน้า หายป่วยจากโรคร้าย ได้บริวารดี หรือ ได้งานที่ดีขึ้น รายได้มั่นคงขึ้น ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุขได้โชภลาภ ลาภลอย ถูกรางวัลสลากกินแบ่ง ไปไหนก็มีแต่คนรักชอบ คนเชื่อถือคำพูดของเรมากขึ้น ฯลฯ

แต่ก็มีกรณีที่ไม่ได้ผลมีแจ้งมาเพียง 2-3 ราย(ใน 5ปี) เท่านั้นที่บอกว่ายังไม่ได้ผล เข้าใจว่าเจ้าตัวปฏิบัติไม่ครบ เช่น ว่าไม่รักษาสัจจะ หรือ ไม่สวดคาถา ก็เลยไม่ปรากฏผล หรือไม่ก็คาดหวังผลสูงจนเกินไป เช่น หวังจะถูกหวยรวยโชคเป็นล้านๆ ซึ่งเป็นไปไม่ได้

ความเชื่อผิดๆในดวงพิชัยสงคราม

ในบางกรณีคนก็เชื่อว่าดวงพิชัยสงครามสามารถสะเดาะเคราะห์แก้กรรมได้ทุกชนิด เช่น กรรมเรื่องคู่ครอง ความรัก รักสามเส้า โดยเฉพาะกรรมที่มาจากการทำแท้ง ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะสมัยโบราณไม่มีการทำแท้งโดยเจตนาเช่นสมัยนี้  และบูรพาจารย์ที่ได้ผูกวิชานี้ขึ้นไว้เพื่อเสริมดวง เสริมบารมีในด้านยศศักดิ์ และให้คุณด้านเอาชัยชนะต่อศัตรู เอาชนะด้านการแข่งขัน หรือ ทำให้ศัตรูกลายมาเป็นมิตร เสริมดวงบริวาร และป้องกันภัยต่างๆที่มองไม่เห็น เช่น พวกไสยศาสตร์ คุณไสย์ ศาสตร์มืด มนต์ดำเป็นต้น หรือให้โชคลาภ ด้านทรัพย์สินเงินทอง มีวาจาทำให้คนเชื่อถือ ทั้งก็ขึ้นอยู่กับวาสนาในพื้นดวงของเจ้าชาตาเองด้วย ซึ่งถ้าได้ปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ที่ให้ได้ทั้งหมด ผลดีจะปรากฏให้เห็นได้สมดังปรารถนาทุกประการ

ปัจฉิมลิขิต . อันนี้เป็นเรื่องอัศจรรย์ใจเป็นการส่วนตัวของอาจารย์ในการลงดวงพิชัยสงคราม คือ ในเรื่องลายมือในการเขียนอักขระในดวงพิชัยสงคราม มีหลายท่านชมมาว่าเขียนได้สวยมาก ซึ่งในความเป็นจริงลายมือของผม(อาจารย์) ไม่ใช่ลายมือสวยๆแบบที่เห็นในแผ่นดวง

คราวแรกที่ได้นิมิตมาจากครูอาจารย์ให้เริ่มดวงพิชัยนั้น ก็มีความกังวลเรื่องเรื่องลายมือของตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะเป็นคนลายมือไม่สวย(อย่างยิ่ง) ก็เลยจะไปจ้างร้านศิลป์ หรือ พวกเก่งทางศิลป์เขียนให้ก่อนแล้วค่อยมาสวดทีหลัง แต่ปรากฏว่ากี่คนๆก็เขียนไม่ได้เลยแม้แต่แผ่นเดียว จนต้องเลิกทำไปพักใหญ่ แต่ผมทุกวันนี้ก็ยังเขียนไม่สวยเหมือนเดิม อันนี้ลูกศิษย์ใกล้ชิดจะรู้ดีในเรื่องลายมือ แต่เมื่อสวดคาถาจรดปากกาลงไป ลายมือผมก็เปลี่ยนเป็นลายมือของคนโบราณอย่างที่เห็น นี่เป็นเรื่องอัศจรรย์มากๆ

เรื่องแปลกอีกอย่างหนึ่ง ในขณะเขียน เมื่อเราตั้งใจจะลงอักขระเลขใดเลขหนึ่งลงไป เช่น ต้องการจะเขียนเลข ๗ แต่มือกลับไปเขียนเป็นเลข ๒ (อันนี้บังคับมือไม่ได้) ในบางดวงชาตา เป็นอย่างนี้หลายๆครั้ง ปกตืเมื่อเขียนผิดไปแล้วก็จะลบไม่ได้เลยต้องทิ้งแล้วเริ่มต้นเขียนใหม่  แม้จะเขียนใกล้จบแล้วก็ตามก็ต้องกลับมานับหนึ่งใหม่ บางรายเขียนผิดไป 4- 5แผ่นก็มี ก็เลยหยุดมาตรวจดวงชาตาอีกครั้งปรากฏว่า ดวงคนนี้มีเจากรรมนายเวรแรง มีอุปสรรคมาก ครูอาจารย์ท่านก็เลยแสดงนิมิตให้ปรากฏแบบนี้ เพื่อให้เขียนช้ำในแผ่นใหม่ ลงคาถาใหม่อีกครั้ง

ตำนานดวงพิชัยสงคราม

นานมาแล้ววันเวลาได้ล่วงมาจนถึงครั้งหนึ่ง บ้านเมืองได้เกิดความระส่ำระส่ายด้วยข้าวยากหมากแพงเพราะดินฟ้าอากาศวิปริต ฝนไม่ต้องตามฤดูกาล ประชาชนพลเมืองได้รับความเดือดร้อนอดอยากถึงกับต้องปล้นสะดมกันกิน

ในการครั้งนั้น ทางฝ่ายข้าศึกเคลื่อนกำลังทัพมาประชิดเมืองไว้ ในยามนั้นก็ก่อความประหวั่นพรั่นกลัวแก่บรรดาประชาชนพลเมืองและเสนาข้า ราชการเป็นยิ่งนัก
ความเห็นส่วนใหญ่ลงมติว่าควรจะยอมแพ้แก้ข้าศึกเสียดี กว่า เพื่อจะได้ถนอมชีวิตข้าคนพลเมืองเอาไว้ แต่ทว่าทางฝ่ายทหารส่วนใหญ่ยังมีหัวใจเปี่ยมด้วยเลือดและวิญญาณของนักรบที่ หยิ่งในศักดิ์ศรีและมีความหวงแหนอธิปไตยชาติบ้านเมือง ฝ่ายทหารจึงต่างพากันคัดค้านความเห็นไม่ควรยอมแพ้แก่ข้าศึกอย่างแข็งขัน โดยทหารทุกคนยินดีจะยอมตาย ยึดถืออุดมคติว่า "ตัวตายดีกว่าชาติตาย"

องค์พระประมุขทรงเห็นชอบและสนับสนุนความคิดเห็นทางฝ่ายทหารและเพื่อเป็น การบำรุงขวัญทหาร พระองค์ได้ทรงมีพระราชโองการให้โหรจัดทำดวงชาติให้แก่แม่ทัพนายกองที่จะต้อง ทำหน้าที่คุมกำลังป้องกันชาติบ้านเมืองในครั้งสำคัญนี้ ทุกคนรักษาบูชาไว้ในพระนครซึ่งนิยมกันว่าศักดิ์สิทธ์และเป็นของสูงคู่ควร บูชาไว้แต่เฉพาะพระมหากษัตริย์

การรบได้ดำเนินไปในสภาพที่ด้อยกว่าข้าศึกทั้งกำลังคนและกำลังอาวุธ ผลจึงปรากฏว่า ในการประจัญบานแต่ละครั้ง ทหารหาญที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งลดน้อยถอยตัวลงไปอีกทุกครั้ง เพราะถูกลิดรอนทำลายลงด้วยกำลังของข้าศึกที่มีเหนือกว่าอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งความหวังที่พอมีอยู่บ้างในตอนต้นก็ทลายหายไปหมด ทหารทุกคนทุกหัวใจต่างก็มีแต่ความทอดอาลัยและรอคอยแต่ว่าเมื่อไรข้าศึกจะโหม กำลังเข้ามาบดขยี้ ทำลายให้สิ้นชาติสิ้นความเป็นไทยไปเท่านั้น

ครั้งแล้ว ก่อนนาทีสุดท้ายจะมาถึง สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดถึงก็ได้ปรากฏถึงเสียก่อนนั่นคือ เกิดความวิปริตท้องฟ้าและอากาศเกิดมหาวาตะอย่างรุนแรง พร้อมกับมีฝนกระหน่ำลงมาอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ติดต่อกันอยู่ถึงสามวันสามคืน จนกระทั่งน้ำเอ่อท่วมท้นสูงถึงคอ

เมื่อพายุและฝนสงบลงแล้ว ต่างคนต่างก็ได้เห็นภาพที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นก่อนแต่อย่างใด ภาพนั้นคือภาพค่ายทหารของข้าศึกพินาศภินทนาการไปหมด ด้วยอำนาจของลมพายุและกระแสน้ำ ช้าง ม้า และเหล่าทหารก็พลอยสูญชีวิตไปด้วยเป็นจำนวนมาก ที่ยังเหลือชีวิตก็อยู่ได้แต่ตะเกียกตะกายเพื่อให้รอดพ้นได้เพียงแต่ตัวไม่ มีใครมีกะจิตกะใจจะรบเอาชัยต่อไปหรือคิดห่วงใยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จมหายอยู่ ภายใต้น้ำอีกเลย

ในการที่บ้านเมืองรอดพ้นจากเงื้อมมือข้าศึกมาได้อย่างปาฏิหาริย์พร้อมด้วย แม่ทัพนายกองและทหารประสบชัยชนะอย่างอัศจรรย์ ทางฝ่ายข้าศึกก็ประสพความพิบัติกลับไปอย่างยับเยินในครั้งนั้น

ฉะนั้นจึงเป็นที่เชื่อถือกันว่า เนื่องจากอานุภาพแห่งการปฏิบัติบูชาดวงชาตาที่คำนวนบรรจุไว้ในมหายันต์พุทธมนต์นั้นโดยแท้ พระมหากษัตริย์ได้ทรงถือเอาเหตุมงคลครั้งนั้นมาพระราชทานนามแก่ดวงชาตานี้ ว่า"ดวงพิชัยสงคราม"

นับแต่กาลครั้งนั้นมา ดวงพิชัยสงครามก็เป็นสิ่งที่ปรารถนาที่ต่างคนต่างก็พยายามขวนขวายหากัน เพื่อเอาไว้บูชาเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง อันที่เชื่อถือกันว่ามีอิทธิพลทั้งในเมตตามหานิยมและทางป้องกันภยันตรายต่าง ๆ แก่เจ้าชาตาผู้ยึดมั่นในการปฏิบัติบูชา

ดวงพิชัยสงครามนี้อันมีความหมายว่า”ดวงชนะศึก”แต่ดั้งเดิมมานิยมกันว่าเป็น ของสูงที่คู่ควรแต่เฉพาะพระมหากษัตริย์เท่านั้นและเป็นที่รู้จักกันดีแต่ เฉพาะวงในคือในกรมโหรหลวงและในพระบรมมหาราชวังเท่านั้น

แต่เดิมทีดวงพิชัยสงครามนี้ท่านว่าหาได้มีชื่อดังที่เรียกขานกันเช่นใน ปัจจุบันนี้ไม่ ที่มีชื่อเรียกว่าดวงพิชัยสงครามมาจากตำนานดังกล่าว

หากดูกันเผิน ๆ จะเห็นว่ามีลักษณะเหมือนยันต์อันศักดิ์สิทธ์ทางไสยศาสตร์ เนื่องจากพฤฒาโหราจารย์ผู้แตกฉานเชี่ยวชาญในศาสตร์ทั้งสามคือ พุทธศาสตร์ ไสยศาสตร์ และ โหราศาสตร์ ได้กำหนดรูปดวงชาตานี้ขึ้น โดยการนำเอาพุทธมนต์มาชักเป็นพระคาถากำบังดวงชาตาไว้

ดวงพิชัยสงคราม...คือดวงชะตาที่ถูกผูกขึ้นอย่างละเอียด ที่สุดแบบจักรราศีซึ่งดวงพิชัยสงครามนี้อาจจะเป็นดวงชะตาของบุคคลหรือดวง ฤกษ์ในการกระทำการต่างๆอย่างใดอย่างหนึ่งได้ในสมัยก่อนนั้นผู้ที่จะมีดวง พิชัยสงครามได้นั้นจะต้องเป็นบุคคลระดับชั้นแม่ทัพหรือเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ขึ้นไปตลอดจนกระทั่งระดับพระมหากษัตริย์สามัญชนธรรมดาหาอาจมีดวงพิชัยสงคราม ได้ไม่ เพราะดวงนี้จะหาคนผูกเป็นได้ยากมากอีกทั้งใช้เวลาในการคำนวณมาก ระดับโหรชั้นอาจารย์ยังต้องใช้เวลาในการคำนวณถึง ๗วันจึงจะสำเร็จดังนั้นจึงจะค่อนข้างหาผู้ที่มีดวงพิชัยสงครามได้ยากมากใน ปัจจุบัน