***ที่นี่เป็น WebSite แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการฤกษ์ยามชั้นสูงด้วยโหราศาสตร์พระเวท(ภารตะ) จากคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ของพราหมณ์-ฮินดู (Vedic Astrology) ที่สืบทอดมากว่า 5,000 ปี ซึ่งทั่วโลกยอมรับว่าเป็นวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูงที่ละเอียด แม่นยำ มีทฤษฎีที่เป็นวิทยาศาสตร์และเชื่อถือได้มากที่สุด สอบถาม โทร. 085-832-8228***

 

 

และในวันนี้เป็นที่รู้จักกันใน “วันภีษมะ อัษฏมี”  ภีษมะเป็นบุคคลที่ชาวฮินดูให้ความเคารพนับถือมาก ด้วยความที่เป็นผู้เสียสละความสุขส่วนตัวทั้งชีวิตเพื่อบิดา ลูกหลาน และประชาชน เป็นที่น่าสะเทือนใจว่าบุคคลอย่างภีษมะต้องเผชิญกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความ เหงา ความหงุดหงิดใจ และ ความเศร้าจากการสูญเสีย แม้แต่ความตายของภีษมะยังต้องตายอย่างเจ็บปวดทรมาน ภีษมะไม่เคยสนใจว่าจะต้องสู้ร่วมกับฝ่ายไหน เพราะว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นลูกหลานที่ภีษมะรักเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้น การสงครามครั้งนี้จึงเป็นเพียงหน้าที่ของภีษมะ ที่ต้องร่วมรบในฐานะที่เป็นวรรณะกษัตริย์ และความจงรักภัคดีต่อราชวงศ์กุรุ ภีษมะเลือกที่จะตายต่อเมือฝ่ายปาณฑพผู้มีธรรมะชนะสงคราม หากทุรโยธน์ได้ขึ้นครองราชย์ ภีษมะเลือกที่จะอยู่ต่อไปเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่ทุรโยธน์จะก่อขึ้น เนื่องจากความที่เป็นผู้อาวุโสของราชสำนัก เหล่ากษัตริย์เรียกภีษมะว่า ปิตามะห์ แปลว่า ปู่ภีษมะ ความดีและความยิ่งใหญ่ของภีษมะทำไห้นักประวัติศาสตร์บางคนถึงกับออกความเห็น ว่าบุคคลที่ชื่อภีษมะไม่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ เพราะมนุษย์โลกยังมีความเห็นแก่ตัวเกินกว่าทีจะเสียสละได้อย่างภีษมะ

 

เมื่อภีษมะได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้ในสงครมมหาภารตะยุทธ โดยถูกยิงด้วยลูกศร ด้วยน้ำมือของอรชุนซึ่งเป็นหลาน  ในสงครามบนทุ่งกุรุเกษตร โดยอรชุนระดมยิงธนูใส่ภีษมะเป็นจำนวนมาก แต่ภีษมะยังไม่ตาย

โดยภีษมะต้องการเลือกเวลาตายในช่วงเวลาที่เป็นฤกษ์มงคลแห่งอุตรายันเท่านั้น  ตามความเชื่อของชาวฮินดูพระอาทิตย์จะโคจรปัดใต้(ทักษิณายัน)ในช่วงครึ่งหลังของปีซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่เป็นมงคลและทุกกิจกรรมที่เป็นมงคลจะเลื่อนออกไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ เริ่มเคลื่อนกลับมาทางทิศเหนือหรือโคจรปัดเหนือ (อุตรายัน)  ซึ่งภีษมะเลือกที่จะตายในวันมาฆะ อัษฏมี ในช่วงอุตรายัน (उत्तरायण) ซึ่งภีษมะนอนรอเวลาตายบนเตียงลูกศรจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาถึง 58 วัน

วันนี้ชาวฮินดูจะทำพิธี สารท อุทิศให้กับบิดาที่ล่วงลับไปแล้วเรียกว่า “เอโกทิษฤ ศารธ” แต่หลายคนเชื่อว่าพิธีกรรม สารทชนิดนี้สามารถอุทิศได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าพ่อของเขามีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว